มาบตาพุด 5 หนองแตงเม

ในช่วงสัปดาห์ที่แล้ว ผมทำงานให้ NPC-S&E แค่วันเดียว ที่เหลือเวลาทั้งหมด ผมเอาไปดูข้อมูลทั้งในเอกสาร พื้นที่และพูดคุยกับผู้คน ที่ไปทำอย่างนี้ก็เพราะคำว่า "หนองแตงเม" นี่หละ มันผุดขึ้นมาในสมองตลอดเวลา

จากคำพูดของคนหนองแตงเมที่ว่า เป็นแหล่งทรัพยากรทางทะเลที่อุดมสมบูรณ์ แหล่งเกษตรกรรม สวนผลไม้ และแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ

ผมทำงานในมาบตาพุดมา 20 ปี คือตั้งแต่เกิดนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด เห็นมาเกือบทุกอย่าง แต่คำว่าหนองแตงเมกลับไม่คุ้น เลยหงุดหงิดมากว่ามันอยู่ตรงไหน

ถ้าเราลองดูจากแผนที่มาบตาพุด ก็จะพบว่าหนองแตงเมอยู่ทางฝั่งตะวันออกของนิคมมาบตาพุด วัดระยะห่างท่างอากาศก็จะพบว่าอยู่ห่างจากเขตแดนของนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดไป 4 กิโลเมตร

ถ้าเราจะขับรถจากนิคมอุตสาหกรรมไปหนองแตงเม ต้องวิ่งผ่านตลาดลาวแล้วเลี้ยวซ้ายไปอีก 4 กิโลเมตร

ผมตัดสินใจขับรถไปดูตั้งใจว่าขอรู้หน่อยเถอะว่าเป็นอย่างไร เพราะถ้าไม่รู้ไม่เห็นจริงๆ มันก็จะเกิดอาการอยากรู้อยากเห็นตลอดเวลา ทำอะไรอื่นไม่ค่อยได้เพราะไม่มีสมาธิ

ผมขับรถออกจากนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด มาทางตากวนหรือที่เราจะเรียกติดปากว่า "หาดทรายทอง" ก่อนถึงตากวนก็จะพบตลาดลาว

ตลาดลาวพัฒนามาจากสมัยที่มีการสร้างโรงงานในนิคมมาบตาพุด ผู้รับเหมามาสร้าง Camp ให้คนงานอยู่รอบๆ นิคมฯเพื่อประหยัดค่าเดินทาง และพื้นที่แถวนี้ก็ไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรเป็นเรื่องเป็นราว เจ้าของที่เอามาปล่อยเช่าก็ยังพอได้ค่ากับข้าว

พออยู่ไปหลายๆ ปี คนงานก่อสร้างหลายครอบครัวที่แปลงสภาพมาเป็นเจ้าของกิจการ คือไปรับของม

าขายเพื่อนคนงานด้วยกัน ก็เริ่มลงหลักปักฐานหาที่หาทางปลูกบ้าน สร้างร้านค้าบวกกับแม่ค้าเร่ ที่มาขายแล้วเห็นว่าทำเลตรงนี้ดี ก็ลงหลักปักฐาน ตลาดลาวมา BOOM สุดๆ ในช่วงการก่อสร้างโรงกลั่นน้ำมันทั้ง 2 โรง กลายเป็นชุมชนใหญ่ที่มีเกือบทุกอย่าง มีแม้กระทั่งคลีนิครักษาโรค แถมยังใช้ชื่อตามคนกลุ่มแรกซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนงานจากภาคอีสานที่มาลงหลักปักฐานว่าตลาดลาว

ชุมชนรอบๆ ตลาดลาว ที่ยังเห็นอยู่กราดเกลื่อนคือ ชุมชนไม้ฉำฉาเป็นบ้านคนงานที่เอาลังใส่เครื่องจักรอุปกรณ์บ้าง กระเบื้องแผ่นเรียบบ้างมาสร้างผนัง แล้วซื้อสังกะสีมาทำหลังคา

ถ้าหลังไหนที่ทำดีเป็นระเบียบก็ให้เดาได้ว่า เจ้าของที่มาปลูกให้เช่า ถ้าอยู่ 2-3 หลังโยกเยกไม่เป็นระเบียบก็สร้างเองครับ

ผมไปยืนถ่ายรูปแล้วลองไปคุยกับร้านค้าแถวๆ นั้น ได้ความว่าคนพื้นที่เดิมที่นี่ส่วนใหญ่เขาทำสวนมะม่วง แต่ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา คนจากที่อื่นก็เข้ามาอยู่กันมากขึ้น ตัวเขาเองก็มาจากอีสาน มาทำงานก่อสร้างกับ DAELIM พอเก็บหอมรอมริบได้เงินมาก้อนหนึ่งก็ลงทุนทำร้านอาหารขายส้มตำ อยู่มาได้ 4-5 ปีแล้ว

พอถามว่ามีปัญหาอะไรบ้างหรือเปล่า ก็ได้คำตอบว่า เมื่อหลายปีก่อน มีปัญหาเรื่องกลิ่น แต่เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยมีแล้ว

ผมขับรถต่อไปที่ศูนย์บริการสาธารณสุขชุมชนตั้งใจจะไปหาข้อมูลเรื่องการเจ็บป่วยของประชาชนในชุมชน

พอเดินเข้าไปถามก็โชคดี ท่านผอ.สมบูรณ์ เกตุศิวะ ผู้อำนวยการกองสาธารณสุข เทศบาลมาบตาพุด มาตรวจงานที่นี่ พอดี เลยนั่งคุยกันยาวเพราะผมกับแกเป็นเกลอกันมานานมาก ตั้งแต่สมัยผมไปทำงานที่เหมืองแม่เมาะ ลำปาง พอมีการตั้งเทศบาลมาบตาพุด แกก็มาเป็นผู้อำนวยการกองอนามัยสิ่งแวดล้อมไปรอบหนึ่งแล้ว ช่วงนั้นผมเป็นนายกสมาคม RESA พอมีปัญหาอะไร เราก็จะจับมือกันลุยจนจบปัญหา พอแกย้ายไปผมก็ย้ายออกจากโรงงาน

พี่แกย้ายกลับมาอยู่มาบตาพุดรอบสองหลายปีแล้วแต่ผมก็ยังไม่ได้กลับไปทำงานอยู่ในนิคมฯ เลยไม่ค่อยมีเรื่องงานในมาบตาพุดให้ทำร่วมกัน แต่ก็ยังโทรศัพท์หากันบ้าง ส่วนใหญ่ผมก็จะไปกวนแกเป็นหลักครับ ขอข้อมูลบ้างฝากเด็กบ้าง คือตั้งแต่รู้จักกันมาแกไม่เคยขออะไรมีแต่ผมไปขอแก

พี่สมบูรณ์เรียกเจ้าหน้าในศูนย์บริการฯ ที่เป็นคนพื้นที่มาให้ข้อมูลเขาก็บอกว่าปัญหาที่นี่มี 2 เรื่อง คือ

  1. เรื่องกลิ่น เช้าๆ ขี่รถมอร์เตอร์ไซด์มาทำงาน ก็จะได้กลิ่น คล้ายๆกำมะถัน
  2. เรื่องน้ำบ่อตื้น เมื่อ 4-5 ปีที่แล้ว น้ำบ่อที่นี่สามารถเอามารดน้ำต้นไม้ได้แต่ช่วงนี้น้ำเป็นสีดำ พูดแล้วก็ออกไปตักน้ำในบ่อมาให้ดู

ลองเอาน้ำในบ่อมาเปรียบเทียบกับน้ำดื่ม มันดำจริงๆครับ

ผมกลับมานั่งดูแผนที่อยู่หลายรอบ เพื่อจะหาเหตุผลว่าแหล่งกำเนิดน้ำเสียมาจากไหน ถ้าใครที่รู้จักหลักภูมิศาสตร์ จะรู้ว่ามันไม่มีทางที่จะไหลจากนิคมฯไปออกดำที่โน่นที่เดียวได้ เพราะพื้นที่แถบนั้นจะเป็น Slope ลงมาจากแถววัดโขดหิน อาจจะต้องไปหาว่าทางทิศเหนือของเกาะกกมีใครไปทำอะไรอยู่ข้างบน ก็ตกลงกับพี่สมบูรณ์ว่ามันต้องมีทั้งคำตอบว่า สาเหตุคืออะไรแล้วจะแก้ไขอย่างไรให้กับชาวบ้านครับ

การที่จะชี้แจง แต่ไม่มีการแก้ไขปัญหาให้หมดไป ชาวบ้านเขาก็เดือดร้อนตราบใดที่ความเดือดร้อนยังอยู่ ความเจ็บแค้น คับแค้นก็ยังกรุ่นอยู่ตลอดเวลา พอมีใครมาแสดงความเห็นใจทำตัวให้เห็นว่าเป็นพวกเดียวกันจะช่วยแกให้พ้นทุกข์ เขาก็พร้อมจะเทใจให้ทันที ก็เลยตกลงกับพี่สมบูรณ์ว่าต้องช่วยกันหาทางแก้ปัญหาให้ได้

ในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมได้ทำอะไรไปหลายอย่างใช้ศักยภาพทั้งหมดที่ผมมี ใช้ Connection ทั้งหมดที่มี หวังว่า จะแก้ปัญหาคราวนี้ให้ได้ แต่พอเริ่มลงมือทำงานก็มีความกังวลในใจตลอดเวลาว่าเราลงมือช้าไปหรือเปล่า

ผมกังวลจนต้องอาศัยยานอนหลับช่วยในบางวัน ตลอดเสาร์-อาทิตย์นี้ ก็ได้แต่ภาวนาว่าอย่าให้มันช้าเกินไป อยากให้ชาวบ้านและโรงงานอยู่ร่วมกันแบบพึ่งพาอาศัยกันคือ ถ้าโรงงานดีชาวบ้านก็น่าจะดีไปด้วย มีสุขร่วมเสพไปด้วยกัน สวัสดีครับ

ประกอบ เพชรรัตน์


***Please or to comment on this article

Miscellaneous Blog