อุทาหรณ์สอนใจเพลิงไหม้ Zantika
ณัฐธัญ ละอองทอง
ผู้จัดการศูนย์บริการควบคุมภาวะฉุกเฉิน

 

 

 

ก่อนอื่นใดก็ขอแสดงความเสียใจกับญาติสนิท มิตรสหายของผู้เคราะห์ร้าย ที่ Zantikaผับทุกๆท่านด้วยนะครับ สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เป็นเหตุการณ์ชนิดที่เป็นใครก็ทำใจไม่ค่อยได้ ช่วงปีวัวใหม่คนส่วนใหญ่ต่างๆก็มีความสุข สนุกสนานขานรับปีวัวกันอย่างเนืองแน่น แต่คนกลุ่มหนึ่งต้องมีทุกข์คับแค้นใจ เพราะ พ่อแม่,ลูกเต้า,คนรัก,และเพื่อนผองน้องพี่ ต้องมาพลีชีพสังเวยวันส่งท้าย “ปีหนูไฟ”และฉลองต้อนรับปีวัว ใหม่แบบชนิดที่ใครๆ ก็ทำใจไม่ค่อยได้ ผมเข้าใจว่าเหตุการณ์แบบนี้ถ้าไม่เกิดขึ้นกับตัวเราเอง ไม่มีใครเข้าใจความรู้สึก ของผู้ที่สูญเสีย เหล่านั้น ามันขมขื่นแค่ไหน เนื้อหาและบทความต่อไปนี้ เพียงเพื่อเสนออุทาหรณ์ ตอนที่ใครก้าวย่างเข้าไปใน “ผับ”หรือสิ่งปลูกสร้างที่มีลักษณะเดียวกัน เพื่อคอยย้ำเตือนถึงเพื่อนผองน้องพี่ให้มีความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับภัยที่เกิดจากเพลิงไหม้ในลักษณะแบบนี้ เราจะมีวิธีใดให้เลือกทำได้บ้าง ในเส้นทางและสถานการณ์ที่จำกัดและฉุกเฉิน ท่ามกลางระบบและการควบคุมที่ล้มเหลวและถูกมองข้าม และถือเป็นเรื่องปกติของเมืองไทย (ส่วนใหญ่) 

ปกติมนุษย์เราทุกคนรู้จักไฟ หลายๆคนเข้าใจว่าไฟเกิดขึ้นได้อย่างไร แต่คนส่วนใหญ่ไม่รู้ถึง “ภัย” ที่มนุษย์เราตั้งชื่อไว้ว่า “ไฟ(Fire)” สักเท่าไหร่ คำว่า“ไฟ”มักจะเป็นคำพูดที่เรารู้จักกันโดยทั่วไป แต่เชื่อว่าหลายๆท่านอาจไม่ทราบความหมายของคำนี้เท่าไหร่นัก ในความหมายของคำว่า “Fire” ในมุมมองของ “Fire Engineering” นั้นหมายถึงการเผาไหม้ที่ไม่สามารถควบคุมได้ (Uncontrolled) เป็นการเผาผลาญหรือทำลาย ส่วนการเผาไหม้ที่มนุษย์สามารถควบคุมได้เขาเรียกกันว่า “Combustions” [ อ.ดร.ณัฐศักดิ์ บุญมี] ดังนั้นถ้าขึ้นชื่อว่าไฟแล้ว ต้องระมัดระวังเพราะสิ่งสุดท้ายที่ปรากฏคืออันตรายที่ “ไม่สามารถควบคุมได้นั่นเอง” 

ถ้าพูดถึงพฤติกรรมของสิ่งมีชีวิตที่มีต่อไฟแล้ว บางครั้งพฤติกรรมของมนุษย์เราก็ไม่แตกต่างๆไปจาก สิ่งมีชีวิตประเภทแมลงตัวเล็กๆ สักเท่าไหร่ ที่มักจะชอบแสงสีของไฟ ซึ่งเป็นที่มาของคำว่า “แมงเม่าบินเข้ากองไฟ” ผมเองก็ยังไม่เข้าใจในพฤติกรรมของแมงเม่าดังกล่าว ว่าทำไมต้องบินเข้ากองไฟ บินเข้าไปเพื่อเพิ่มความ “อบอุ่น”หรือเพราะแมลงดังกล่าวต้องใช้แสงไฟในการ “ผสมพันธุ์” หรือเพราะมันเป็นแรงขับดันตามธรรมชาติให้พิศวาสหลงใหลในแสงไฟที่เกิดขึ้น ซึ่งในส่วนนี้อาจต้องสอบถามผู้เชี่ยวชาญด้านแมลงนะครับสำหรับผับที่ชื่อว่า “Zantika” ก็กลับกลายเป็นผับที่สามารถสร้างเป็นชื่อที่ลือเลื่องโด่งดังไปทั่วโลกภายในพริบตา เมื่อพบว่าเกิดเพลิงไหม้และมีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า ๖๓ ราย และบาดเจ็บอีกมากมายก่ายกอง ซึ่งถ้าย้อนมองผ่านปีหนูไฟไปในอดีต เหตุเพลิงไหม้ผับต่างๆ ได้เคยเกิดขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ผับของไทยหรือผับของเทศ(ฝรั่ง) แต่ถ้าตั้งข้อสังเกต ส่วนใหญ่มักจะมีผู้เสียชีวิตติดอยู่ภายในทุกๆครั้ง เช่น เป็น “ไฟมรณะที่พัทยาไหม้ผับดัง คลอกสาวโคโยตี้ เสียชีวิต ๙ บาดเจ็บ ๕๔ คน,๘ พค ๔๙”หรือเหตุการณ์เพลิงไหม้ที Rhode Island nightclub เมือง Boston อเมริกา ปีค.ศ.๒๐๐๓ ซึ่งเป็นการแสดง Concert ของ Great Whiteซึ่งมีผู้เสียชีวิตกว่า ๑๐๐ ศพ เหตุการณ์นี้ก็ถือว่าเป็นอุทาหรณ์ สำหรับผับต่างๆได้เป็นอย่างดี....กรณีหนึ่ง แต่สงสัยไม่เคยได้ศึกษากัน

 

สำหรับสาเหตุที่ Rhode Island nightclub นั้นมันก็มักจะไม่แตกต่างๆ ไปจาก เหตุการณ์บ้านเราสักเท่าไหร่ เพราะพฤติกรรมของ การเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าวมนุษย์เราส่วนใหญ่ต้องการเข้าไปเพื่อพักผ่อนหย่อนใจ หรือ ความบันเทิง ไม่ได้เข้าไปเพื่อ “ทำวิปัสสนากรรมฐาน” เพราะฉะนั้น แสง,สี,เสียง และสิ่งเร้าต้องครบครันทันสมัย ทั้งพลุ และแสงไฟรวมถึง “ไฟเย็น” ถือว่าเป็นสีสันสดสวย แต่ถ้าเรามองอีกมุมมองหนึ่ง ความสวยงามต่างๆนั้น มันซ่อนพิษภัยไว้เสมอ....เมื่อความร้อนมาเจอกับเชื้อเพลิง ที่จัดวางอย่างอย่างเหมาะสม จากไฟที่เย็น มันก็อาจจะเห็นว่าเป็นไฟที่ร้อนขึ้นมาได้ภายในพริบตา....เช่นกัน

 

ภาพหลังจากเหตุการณ์สงบของ Rhode Islandnightclub ซึ่งปัจจุบันได้ทำเป็นสุสานไปแล้ว

 

ถ้าถามว่าทำไมเพลิงไหม้ ห้างและผับต่างๆมักจะมีผู้เสียชีวิตให้เห็นทีละมากๆ มันเกี่ยวข้องกับระบบ การออกแบบอาคารอย่างไรหรือไม่ ทำไมเมื่อเกิดเหตุแล้วไม่สามารถหนีไฟออกมาได้ ทั้งที่พื้นที่ไม่ได้มีมากมาย อะไรเป็นปัจจัยหรืออะไรเป็นสาเหตุ 

แท้จริงแล้ว “ไฟ” ก็เปรียบ เสมือนกับสิ่งมีชีวิต เมื่อติดขึ้นมาแล้วก็มีอาการแสดงออก หรือที่เรียกว่า “พฤติกรรมของไฟ” ไฟไหม้ผับ ไหม้ห้าง ไหม้อาคาร เราเรียกว่า “ไฟอาคาร” ( Interior Fire ,Indoor fire หรือ Compartment fire ) ซึ่งการแสดงออกซึ่งพฤติกรรมการเผาไหม้ของไฟอาคารนั้น มันขึ้นอยู่กับปัจจัยพื้นฐานต่างๆดังนี้ 


๑. ชนิดของเชื้อเพลิงที่อยู่ภายในอาคาร หรือผับนั้นๆ (Fire Load)
๒. ลักษณะการจัดวางของเชื้อเพลิงในอาคารนั้นๆ
๓. ปริมาตรของห้อง หรือโถง ว่า เล็ก ยาว หรือใหญ่ มีความสูงมากหรือน้อยแค่ไหน
๔. ลักษณะของพื้นที่เปิด เช่น จำนวน ประตู หน้าต่างๆ หรือจุดเติมอากาศต่างๆเป็นต้น

พฤติกรรมของไฟในอาคารส่วนใหญ่เมื่อไฟระยะแรกที่เริ่มลุกไหม้นั้น มันไม่น่ากลัวสักเท่าไหร่ และยิ่งถ้าสถานนั้นเป็นห้องโถงใหญ่ เมื่อไฟเริ่มลุกไหม้ ควันไฟก็จะลอยขึ้นไปสะสมอยู่ด้านบน ซึ่งคนที่ใช้อาคารก็ไม่เห็นถึงอันตรายที่กำลังย่างกรายเข้ามามากนัก ซึ่งถ้า Zantika เป็นห้องโถงที่สูงมากๆๆๆ ก็อาจไม่อันตราย เพราะความร้อนที่เกิดจาก ”การพา” นั้น มันถ่ายเทสู่สิ่งแวดล้อมได้ แต่ในชีวิตจริงไม่มีอาคารใดที่สร้างเป็นโถงที่สูงลิบลิ่ว และ เมื่อควันลอยตัวถึงเพดานห้อง ความร้อนก็จะสะสมและกระจาย ไปกับกลุ่มควันและมันผ่านไปยังส่วนต่างๆของ เพดานของ Zantika ก็จะทำให้ทรัพย์สินและสิ่งประดับของผับดังกล่าว คายไอออกมา (ไออยู่ในรูปของแก๊ส) เมื่อไอของเชื้อเพลิงซึ่งอยู่ในรูปของแก๊สกระจายไปทั่วทั้งห้องในปริมาณที่มากขึ้น และสามารถผสมกับอากาศที่มีอยู่อย่างมากมาย(แก๊สผสมติดไฟได้) เพราะเป็นพื้นที่กว้างและเป็นโถงสูง ซึ่งใช้ระยะเวลาเพียงไม่นานไอของเชื้อเพลิงต่างๆที่อยู่ในรูปของแก๊สร้อน ก็สามารถลุกติดไฟในลักษณะที่คนไทยเรียกว่า “ไฟลุกพรึบ” หรือที่เราเรียกกันว่า “ Flash Over “ ซึ่งฟังชื่อก็พอจะเข้าใจในลักษณะพฤติกรรม หรือ “สันดานไฟ” ในอาคารได้นะครับ ว่ามันรวดเร็วแค่ไหน และอันตรายเพียงใด

 

 

ภาพแสดงลักษณะ Flash Over ของไฟอาคาร

 

จากพฤติกรรมของไฟก็ย้อนมาสู่พฤติกรรมของคนบ้าง นะครับ นักพฤติกรรมศาสตร์ให้ข้อคิดว่า มนุษย์เรานั้นถ้าอยู่กันในคนหมู่มาก เรามักจะไม่กลัวไฟสักเท่าไหร่ เพราะส่วนลึกในจิตใจคิดว่า “เรามีเพื่อน” เมื่อไฟเริ่มไหม้ ผสมกับสิ่งแวดล้อมที่มีความกลมกลืน แบ่งแยกลำบาก (แสงสีภายในผับ ยังใกล้เคียงกันอยู่ (แสงไฟ) ในเหตุการณ์แรกเริ่มนั้น ผู้ที่เห็นเหตุการณ์ส่วนใหญ่ เข้าใจว่าเกิดเพลิงไหม้ขึ้นแล้ว แต่ส่วนลึกในจิตใจคิดว่าไม่น่ารุนแรง เพราะอย่างไรก็ยังมีเพื่อนอยู่มากมาย(อบอุ่นและมั่นใจ) และถ้าเหตุการณ์เริ่มลุกลาม บางคนยังไม่หนี หลายคนมองโลกในแง่ดี บางคนรอการตัดสินใจ (รอผู้นำหรือคนที่วิ่งนำก่อนและจะวิ่งตาม) เขาเรียกว่า ลังเล ขาดการตัดสินใจ (วิ่งก่อนกลัวเสียเชิง) 

คนที่จะเริ่มขยับหนีส่วนใหญ่จะเป็นคนที่อยู่ใกล้กับเหตุการณ์ (จุดเกิดเหตุ) แต่เสียดายว่า ไม่สามารถขยับหนีได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว เพราะมีเพื่อนผู้ร่วมชะตากรรมนับพันคน ที่กีดขวางการเคลื่อนไหวอยู่ ซึ่งสุดท้าย กว่าจะขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวกันได้ “งามันก็ไหม้เสียแล้ว” จากพฤติกรรมที่ไม่รู้สึกตกใจในช่วงต้น ก็จะกลับกลาย ความตื่นตระหนกตกใจอย่างสุดขีด เมื่อไฟดับ และประตูก็จะคับแคบไปในพริบตา (ประตูไม่เพียงพอต่อการใช้งานในระยะเวลาอันสั้น และต้องใช้งานพร้อมๆกันเป็นพันคน ซึ่งประตูทางออกหรือหนีไฟนั้น เป็นการออกแบบสำหรับการหนีในภาวะปกติ ที่คำนวณจากจำนวน ผู้ใช้งานหรือผู้ครอบครองพื้นที่ของอาคารแต่ละแบบต่อพื้นที่ใช้สอย (Occupation load)” 

ผมเชื่อว่า เหตุการณ์จริงส่วนใหญ่ไม่เหมือนกับการซ้อม ประสบการณ์และการเรียนรู้กรณีศึกษาต่างๆ เป็นแนวทางในการตัดสินใจไปสู่ปฏิบัติ ที่อยู่รอดปลอดภัยได้ เพียงแต่อย่าให้เหตุการณ์ที่ Zantika เป็นเพียงกาลเวลาที่ผ่านพ้นไป ... 

ขอให้ความปลอดภัย จงบังเกิดมีกับทุกๆคน...

 


***Please or to comment on this article

Fire Fighting Blog