บรรจุภัณฑ์ชานอ้อย เพื่อสิ่งแวดล้อม

นันทิยา ลาภสาธิต
ที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อม
Nuntiya.L@npc-se.co.th

 

ประเทศไทย มีปริมาณขยะพลาสติก และโฟม มากถึง 2.7 ล้านตัน หรือเฉลี่ย 7,000 ตันต่อวัน แบ่งเป็นถุงพลาสติก ประมาณ 5,300 ตันต่อวัน ส่วนที่เหลือเป็นขยะโฟม ประมาณ 700,000 ตัน ซึ่งใช้เวลาในการย่อยสลายยาวนานถึง 450 ปี นอกจากนี้แล้ว ขยะพลาสติกและโฟม ยังใช้พื้นที่ในการฝังกลบมากกว่าขยะปกติ ถึง 3 เท่า และหากนำไปเผาทำลาย จะก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม และมีสารตกค้างในสิ่งแวดล้อมจำนวนมาก

นอกจากภาชนะโฟม จะย่อยสลายได้ยากแล้ว หากนำภาชนะโฟมมาบรรจุอาหารร้อนจัดเป็นเวลานาน จะทำให้โฟมเสียรูปทรง เกิดการหลอมละลาย มีสารเคมีที่อยู่ในเนื้อโฟม และอาจปนเปื้อนออกมาอยู่ในอาหาร ทำให้เกิดอันตรายสะสมอยู่ในร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สารสไตรีน (Styrene) ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง เพิ่มความเสี่ยงเกิดมะเร็งเต้านม และมะเร็งต่อมลูกหมาก มีผลต่อสมองและเส้นประสาท ทำให้อ่อนเพลีย หงุดหงิดง่าย นอนหลับยาก ระบบฮอร์โมนในร่างกายผิดปกติ ทำให้มี ปัญหาต่อมไทรอยด์และประจำเดือนในสตรีผิดปกติ
ดังนั้น บรรจุภัณฑ์ชานอ้อย จึงเป็นบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เนื่องจากเป็นผลผลิตที่นำเอาวัสดุเหลือใช้ (ชานอ้อย) จากอุตสาหกรรมผลิตน้ำตาลมาใช้ประโยชน์ สามารถทนความเย็น และความร้อนสูงได้ตั้งแต่ -40 ถึง 220 องศาเซลเซียส จึงสามารถใช้กับการแช่แข็ง หรือใช้เป็นภาชนะในเตาไมโครเวฟ หรือเตาอบได้ รวมทั้งกระบวนการผลิตไม่ได้ซับซ้อน ไม่ใช้คลอรีนในการฟอกสี ผลิตภัณฑ์จึงมีสีน้ำตาลอ่อนตามสีชานอ้อยธรรมชาติ โดยมีขั้นตอนการผลิตบรรจุภัณฑ์ชานอ้อย ดังรูปที่ 1


รูปที่ 1 กระบวนการผลิตบรรจุภัณฑ์ชานอ้อย


นอกจากนี้แล้ว บรรจุภัณฑ์จากชานอ้อย ยังผ่านการทดสอบด้านการย่อยสลายจากทาง ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) แล้วว่า สามารถย่อยสลายได้หมดภายใน 45 วัน หลังจากฝังกลบในดิน และหากฝังกลบพร้อมกับเศษอาหารที่เหลือติดอยู่ จะใช้เวลาในการย่อยสลายเพียง 31 วันเท่านั้น ซึ่งแตกต่างจากพวกพลาสติกหรือโฟมที่ใช้เวลาย่อยถึง 450 ปี เป็นอย่างน้อย

จากคุณสมบัติในการย่อยสลายได้เองตามธรรมชาตินี้เอง บรรจุภัณฑ์ชานอ้อย จึงเป็นบรรจุภัณฑ์ทางเลือกเพื่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งช่วยลดขยะจำพวกโฟม แถมยังสามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติอีก อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันนี้ บรรจุภัณฑ์ชานอ้อย ยังมีราคาต่อหน่วยสูงกว่าบรรจุภัณฑ์ประเภทโฟม แต่หากเราทุกคนช่วยกันหันมาใช้บรรจุภัณฑ์ชานอ้อยกันมากขึ้น เมื่อปริมาณความต้องการเพิ่มขึ้น การผลิตก็จะมากขึ้น เมื่อนั้น ราคาก็ย่อมจะถูกลง หวังว่า ทุกท่านจะหันมาใช้บรรจุภัณฑ์ชานอ้อยแทนภาชนะโฟม เพื่อช่วยสิ่งแวดล้อมของเรา แล้วพบกันใหม่ในโอกาสต่อไปค่ะ

เอกสารอ้างอิง
1. http://www.nstda.or.th
2. http://112.121.129.75
3. http://info.matichon.co.th
4. http://www.mof.or.th
5. http://health.kapook.com


***Please or to comment on this article

Environmental Blog