เตรียมผุดกฎหมายคัดแยกขยะ ฝ่าวิกฤติขยะล้นเมือง

จักริน  นักไร่
jakkarin
.n @npc-se.co.th
ที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อม
บริษัท เอ็นพีซี เซฟตี้ แอนด์ เอ็นไวรอนเมนทอล เซอร์วิส จำกัด

เตรียมผุดกฎหมายคัดแยกขยะ ฝ่าวิกฤติขยะล้นเมือง

เมื่อวานนี้ (5 พ.ค.57) ตอนเย็นๆ ผมนั่งดูข่าวของทีวีช่อง 5 ในรายการมีการเชิญนักวิชาการมาคุยกันเรื่องการแก้ไขปัญหาขยะของประเทศ ภายหลังจากเหตุการณ์ไฟไหม้บ่อขยะแพรกษาที่สมุทรปราการ ทำให้ประเด็นเรื่องการจัดการขยะเป็นเรื่องที่น่าสนใจมากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันปัญหาขยะยังคงเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศไทยที่นับวันจะมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยข้อมูลตัวเลขล่าสุดจากการสำรวจของกรมควบคุมมลพิษเฉพาะขยะมูลฝอยในปี 2556 นั้นมีมากถึง 26.77 ล้านตัน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วถึง 2 ล้านตัน หากจะเทียบให้เห็นภาพทางอธิบดีกรมควบคุมมลพิษบอกว่าเท่ากับตึกใบหยกจำนวน 103 ตึกเรียงต่อกันเลยทีเดียว(1)  โดยในจำนวนนี้มีปริมาณขยะที่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ได้เพียง 5.1 ล้านตันเท่านั้น ดังนั้น จากปัญหาที่ผ่านมาทำให้หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมควบคุมมลพิษที่เป็นเจ้าภาพหลักในการแก้ไขปัญหาขยะ จึงมีแนวคิดที่จะออกกฎหมายในการคัดแยกขยะขึ้นมาเป็นครั้งแรกในประเทศไทย

อัตราการเกิดขยะมูลฝอยของประเทศไทยในปัจจุบัน

upload image

จากข่าวการจัดเสวนารับฟังความคิดเห็นที่กรมควบคุมมลพิษ(2) ในวันที่ 28 เมษายน ที่ผ่านมา โดยมีผู้เข้าร่วมคือองค์กรต่างๆ จากภาครัฐ องค์กรพัฒนาเอกชนและภาคท้องถิ่น ทำให้ได้ข้อสรุปเบื้องต้นในการแก้ปัญหาขยะในปัจจุบัน คือ การร่างกฎหมายผลักดันมาตรการทางภาษีแก่ผู้สร้างขยะ ร่างกฎหมายให้ผู้ผลิตขยะอิเล็กทรอนิกส์ต้องเรียกคืนซากเหล่านี้หลังหมดอายุการใช้งานเพื่อนำไปกำจัด และจัดทำกฎหมายบังคับให้กับทุกครัวเรือน รวมทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งคาดว่าจะออกกฎหมายได้อย่างเร็วที่สุดภายใน 2-3 ปี และในระหว่างนี้ต้องมีการจัดระดมรับฟังความคิดเห็นเพิ่มจากหลายภาคส่วน

 

พูดถึงโมเดลความสำเร็จในการจัดการขยะนั้นก็มีให้เห็นในหลายประเทศ อย่างที่ประเทศญี่ปุ่น รัฐบาลญี่ปุ่นได้มีการออกกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดการขยะมากมาย ทั้งกฎหมายว่าด้วยการจัดการขยะ และประเทศญี่ปุ่นยังได้มีการออก “กฎหมายพื้นฐานเพื่อสร้างสังคมแห่งการหมุนเวียนทรัพยากร” (Fundamental Law for Establishing a Sound Material-Cycle Society) ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2544 เพื่อเป็นกรอบสำหรับกฎหมายส่งเสริมการรีไซเคิลขยะมูลฝอยประเภทต่างๆ ที่ออกตามๆ กันมา รวมทั้ง“กฎหมายว่าการรีไซเคิลเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนบางประเภท” (Specified Home Appliances Recycling Law หรือ “กฎหมาย SHARL”)(3) ทำให้ในประเทศญี่ปุ่นนั้นเค้ามีการคัดแยกขยะกันอย่างจริงจัง มีการใช้ถุงสำหรับแยกขยะ และถังคัดแยกมากกว่า 10 ประเภท และกำหนดให้รถเก็บขยะแต่ละประเภทในแต่ละวันไม่เหมือนกัน อย่างเช่น วันจันทร์เก็บเฉพาะขยะเผาได้ อังคารเก็บเฉพาะขยะที่เผาไม่ได้ ต่างจากประเทศไทยที่เพียงแค่การเก็บกวาดและขนไปกำจัดให้หมดไปวันต่อวัน ซึ่งต่อให้จะคัดแยกขยะดีแค่ไหนแต่สุดท้ายรถเก็บขยะของเทศบาลก็เอาไปสุมรวมกันอยู่ดี หลายครั้งที่เราเห็นคนงานเก็บขยะของเทศบาลฉีกถุงขยะและรื้อค้นเอาขยะที่ขายได้จนเป็นภาพชินตา ซึ่งแทนที่รถขนขยะเหล่านี้จะกลับมาขนขยะที่ถูกคัดแยกไว้อย่างเป็นระเบียบแล้วได้วันละหลายเที่ยว แต่กลับต้องเสียเวลากับการคัดแยกขยะที่ปลายทางอีก ดังนั้น แบบอย่างความสำเร็จในการจัดการขยะของประเทศญี่ปุ่น จึงเป็นภาพในฝันของบ้านเราในอนาคต

                 upload image upload image

ตัวอย่างถุงสำหรับคัดแยกขยะและถังคัดแยกขยะที่ใช้ในประเทศญี่ปุ่น

อย่างไรก็ตาม ต้องอย่าลืมว่าญี่ปุ่นเป็นประเทศที่คนมีระเบียบวินัยสูง เนื่องจาก คนญี่ปุ่นมีจิตสำนึกเป็นทุนเดิมเรื่องการใช้ทรัพยากรธรรมชาติในประเทศบนเกาะที่มีอยู่อย่างจำกัด การนำแบบอย่างจากญี่ปุ่นมาใช้กับบ้านเราจึงไม่ใช่เรื่องง่ายนัก แต่ก็คงไม่สายจนเกินไปที่เราจะเริ่มแก้ปัญหากันอย่างจริงจัง สำหรับผมแล้ว มองว่าการใช้กฎหมายในการบังคับมาตรการด้านภาษีสำหรับผู้ก่อกำเนิดของเสียก็เป็นมาตรการหนึ่งซึ่งช่วยกระตุ้นจิตสำนึกของผู้ประกอบการต่างๆ ให้มีการลดการเกิดของเสียตั้งแต่แหล่งกำเนิดมากขึ้นตามแนวคิดแบบ “Zero Waste” ส่วนการออกกฎหมายในการเรียกคืนสินค้าอิเลคทรอนิกส์หมดอายุจะเป็นการเร่งให้เกิดโรงงานรีไซเคิลมากขึ้น แต่ทั้งนี้รัฐต้องมีมาตรการที่ชัดเจนในการควบคุมคุณภาพ ไม่ปล่อยให้นายทุนหรือกลุ่มผู้มีอิทธิพลเข้ามาดำเนินการอย่างไม่มีประสิทธิภาพอย่างที่เราเห็นปัญหาการลักลอบทิ้งของเสียในปัจจุบัน  ส่วนการแก้ไขปัญหาปัญหาขยะมูลฝอยนั้น ถ้าจะแก้ปัญหากันในระยะยาวต้องเริ่มการปลูกฝังจิตสำนึกและสร้างความมีวินัยของคนให้ได้ก่อน ควบคู่กับการออกกฎหมายคัดแยกขยะและปรับเปลี่ยนระบบการเก็บขนขยะไปกำจัดเสียใหม่ ซึ่งคงต้องใช้เวลาและความร่วมมือกันของหลายๆ ฝ่าย ถ้าทำได้อย่างนี้ เชื่อว่าอนาคตปัญหาขยะล้นเมืองในประเทศไทยจะลดลงแน่นอนครับ

 

จักริน  นักไร่

 6 พ.ค. 57

 

หมายเหตุ : (1)ที่มา : สถานการณ์มลพิษในประเทศไทย โดยนายวิเชียร จุ่งรุ่งเรือง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ www.isranews.org/isra-news/download/3230/28007/18.html

 (2)ที่มา : คพ.ร่วมเสวนาปัญหาขยะวิกฤตล้นเมือง http://www.pcd.go.th/Public/News/GetNewsThai.cfm?task=lt2009&id=17144

(3)ที่มา : ชุดความรู้ เรื่อง การจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-waste) โดย ดร. สุจิตรา วาสนาดำรงดี และอ.ดร.ปเนต มโนมัยวิบูลย์ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการจัดการสารและของเสียอันตราย http://www.hsm.chula.ac.th/


***Please or to comment on this article

Environmental Blog