ปั้นวิทยากรมืออาชีพ

 

มุจลินท์  ซ้ายเกลี้ยง

ที่ปรึกษา อาชีวอนามัยและความปลอดภัย

Mujalin.s@npc-se.co.th

บริษัท เอ็นพีซี เซฟตี้ แอนด์ เอนไวรอนเมนทอล เซอร์วิส จำกัด

ก่อนอื่นต้องแสดงความยินดีกับสถานประกอบกิจการที่ได้รับรางวัลสถานประกอบการดีเด่นด้านความปลอดภัยในการทำงาน  ยินดีกับพี่น้องจป.ที่ได้รับรางวัลเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับวิชาชีพดีเด่น รวมถึงยินดีกับผู้ที่ได้รับรางวัลการประกวดในกิจกรรมอื่น ๆ  จากงานสัปดาห์ความปลอดภัยในการทำงานแห่งชาติซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ปีนี้เป็นครั้งที่ 28 แล้ว โดยจัดขึ้นเมื่อวันที่ 3-5 กรกฎาคม 2557 ที่ผ่านมา ณ ไบเทค บางนา  นอกจากนี้ในงานก็มีการจัดสัมมนาวิชาการ การจัดนิทรรศการ ข่าวสารความรู้ใหม่ ๆ ให้ผู้ชมงานได้ตื่นตาตื่นใจกันไม่น้อย  ที่สำคัญงานนี้ก็ทำให้ได้พบปะกับพี่น้องในวงการเซฟตี้อีกด้วย เรียกได้ว่าไปงานเดียวได้ครบค่ะ

 

และช่วงที่ผ่านมาได้คุยกับจป.วิชาชีพรุ่นน้องซึ่งมารับการอบรมหลักสูตรวิทยากรความปลอดภัยในการทำงานที่อับอากาศ พร้อมกับมาเล่าถึงความกังวลในการฝึกอบรมว่า หลักสูตรนี้นอกจากเครียดจากการทำข้อสอบแล้วยังต้องเครียดกับการเตรียมตัวสำหรับการฝึกปฏิบัติการเป็นวิทยากรจริง ๆ อีกด้วย แถมยังทิ้งทายว่า “ไม่มีพรสรรค์” ด้านการเป็นวิทยากรเลย  ดังนั้นเรามาเปลี่ยนความคิดกันก่อนนะคะ เท่าที่รู้มาการเป็นวิทยากรที่ดีไม่จำเป็นต้องมีพรสวรรค์ค่ะ  เรายังมีอีกหนึ่งตัวช่วยที่สู้กับพรสวรรค์ได้แน่ ๆ คือ “พรแสวง” หรือการฝึก ฝึก ฝึก แล้วก็ฝึกค่ะ

จริง ๆ แล้ววัตถุประสงค์ของ “หลักสูตรวิทยากรความปลอดภัยในการทำงานในที่อับอากาศ” เพื่อ “ปั้นวิทยากรมืออาชีพ” สู่ชีวิตการทำงานจริงและการฝึกปฏิบัติการเป็นวิทยากรก็เป็นส่วนหนึ่งของวิชาเรียนเพื่อเป็นเวทีเล็ก ๆ ให้กับว่าที่วิทยากรได้ซ้อมใหญ่เพื่อสร้างความมั่นใจก่อนจะจบไปเป็นวิทยากรมืออาชีพค่ะ โดยมีพี่วิทยากรพี่เลี้ยงหรือที่เรียกกันว่า Commentator คอยให้คำแนะนำค่ะ

คงปฏิเสธไม่ได้ว่าในชีวิตการทำงานแทบทุกวงการรวมถึงแวดวงด้านความปลอดภัยอย่างพวกเราทุกวันนี้เราก็ได้เป็นวิทยากรกันโดยไม่รู้ตัวอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการนำเสนองานในที่ประชุม  การเป็นผู้นำในการทำกิจกรรม Safety Talk  การสอนงานหรือการอบรมพนักงานใหม่ (On the job training) การฝึกอบรมเกี่ยวกับการใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัย   จากประสบการณ์ในการเป็นวิทยากรถึงแม้จะรับหน้าที่ที่บรรยายเนื้อหาเรื่องเดียวกัน แต่กลุ่มผู้เรียนต่างกัน วิทยากรก็ต้องเตรียมข้อมูลใหม่ทุกครั้ง เพื่อให้การสอนตรงกลุ่มผู้เรียนมากที่สุด     วันนี้เลยรวบรวมเทคนิคการเป็นวิทยากรมาฝากเพื่อเพิ่มความมั่นใจและความน่าสนใจกันค่ะ โดยหน้าที่ของวิทยากรที่ต้องเตรียมมีดังนี้            

1.     เตรียมตัวมาพร้อม

เตรียมตัว เตรียมกายและใจ เตรียมเอกสาร เนื้อหาสาระ สื่อการอบรม และเตรียมคำตอบไว้ล่วงหน้า ดิฉันเองถูกใจคำกล่าวของ “Woodrow Wilson”  ที่พูดถึงการเตรียมพร้อมในการพูดไว้ว่า

If I am to speak ten minutes, I need a week for preparation.
 If I am to speak fifteen minutes, three days.
 If a half hour, two days.
 If for an hour, I am ready now.” 

เห็นไหมละค่ะว่าก่อนที่เราจะพูดหรือนำเสนองานอะไรเพียงแค่ไม่กี่นาที บางครั้งเราอาจต้องใช้เวลาเตรียมตัวนานเป็นสัปดาห์เลยก็ได้

2.     ซักซ้อมมาดี

ต้องเป็นผู้มีประสบการณ์ในการทำงานพอสมควร มีประวัติ และผลการทำงานดี เพื่อจะได้สามารถประยุกต์ทฤษฎีกับการปฏิบัติเข้าด้วนกันได้เป็นอย่างดี

3.     ท่าทีสง่างาม

“บุคลิกดีมีชัยไปกว่าครึ่ง” เป็นที่ทราบกันดีว่า บุคลิกภาพที่ดีนั้น สามารถช่วยผลักดันให้เกิดความสำเร็จในงานด้านต่างๆ ได้ ดูจากตัวอย่างของบุคคลดังทั่วไปๆ ในหลากหลายสาขาอาชีพ ถ้าเป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดที่ได้รับการยอมรับเช่น  บารัค โอบามา (Barack Obama) ประธานาธิบดีคนที่ 44 ของสหรัฐอเมริกานั่นเอง ด้วยบุคลิกภาพที่โดดเด่น บวกกับความฉลาดหลักแหลม และวิสัยทัศน์ที่ดี ทำให้ชนะใจชาวอเมริกันอย่างท่วมท้น  ลองหาไอดอลของตัวเองเพื่อสร้างแรงบันดาลใจนะค่ะ

4.     ใช้วาจาให้เหมาะสม

สามารถที่จะร่วมงานกับคนอื่นได้เป็นอย่างดี เพราะงานฝึกอบรมต้องเกี่ยวข้องกับคนเป็นจำนวนมาก วิทยากรจึงต้องใช้คำพูดที่ฟังสบายหู ดูสบายตา และพาสบายใจ แก่ผู้เข้าอบรม

5.     เริ่มต้นให้โน้มน้าวใจ

การเริ่มต้นที่ดี เป็นการสร้างความสนใจให้กับผู้ฟังโดยหลักในการเริ่มต้นมีอยู่ว่า

§  พาดหัวข่าว (Headline) 

§  กล่าวคำถาม (Asking Question)

§  สร้างความสงสัย (Interest Arousing)

§  ให้รื่นเริง (Entertainment)

§  เชิงกวี (Quousing) 

6.     เสนอเรื่องราวให้กระชับ

โดยการให้ความรู้แก่ผู้ฟัง โดยเลือกเนื้อหาสาระที่เหมาะสม ไม่เยิ่นเยื้อ ให้สอดคล้องกับลักษณะของผู้ฟัง

7.     ตาจับที่ผู้อบรม

ในเรื่องนี้ผู้อ่านสามารถศึกษาได้ ในบทบาทที่ว่าด้วยเรื่องบุคลิกภาพที่ดีจะช่วยเพิ่มสีสันได้อย่างไร คือ เวลาให้วิชาการสายตาของวิทยากรผู้ถ่ายทอด จะต้องมองผู้ฟังอย่างทั่วถึง

8.     ผสมผสานเทคนิคใหม่

ใช้เทคนิคการฝึกอบรมแบบผสมผสาน คือ เทคนิคที่ยึดตัววิทยากรเป็นศูนย์กลาง เทคนิคยึดตัวผู้เข้าอบรมเป็นศูนย์กลาง เทคนิคเน้นบทบาทเฉพาะบุคคล และเทคนิคใช้สื่อต่างๆ

9.     ใช้เวลาให้พอครบ

ให้ใช้เวลาพอดี และสอดคล้องกับเนื้อหาที่มีอยู่ โดยบางครั้งอาจต้องใช้เทคนิคการตัดบทอย่างนุ่มนวลเพื่อรักษาเวลา

10.  สรุปจบประทับใจ

หลักการสรุปจบมีแนวทางคือ มีความหมายชัดเจน ไม่เลื่อนลอย สัมพันธ์กับเนื้อเรื่อง หัวข้อเรื่องกะทัดรัด ไม่เยิ่นเย้อ และเข้าประเด็นสู่จุดสรุป

 

สิ่งสำคัญที่ วิทยากรยุคใหม่ต้องทำคือการพัฒนาตนเองอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะเรื่องของการนำเสนอในรูปแบบที่ตื่นเต้น หลากหลาย  การนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อนำมาใช้ในการฝึกอบรม การปรับปรุงพัฒนาเนื้อหาเพื่อให้เกิดความชัดเจน เข้าใจง่าย สนุกสนาน และที่สำคัญต้องวิทยากรต้องรู้ลึก รู้จริงในเนื้อหาที่เราบรรยาย  และย้ำอีกครั้งค่ะว่า การพูด เป็นศิลปะที่สามารถฝึกฝนได้ ขอเพียงเราตั้งใจ และทิ้งท้ายด้วยประโยคเด็ดจาก “JOBS: สตีฟ จ๊อบส์ อัจฉริยะเปลี่ยนโลกที่ว่า

 

“บางคนมองเห็น สิ่งที่เป็นไปได้ บางคนลงมือทำให้มันเป็นไปได้”  

upload image upload image

 


***Please or to comment on this article

Environmental Blog