ปรากฏการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนสีกับกฎหมายควบคุมคุณภาพน้ำทิ้งลงสู่ลำน้ำสาธารณะ

จักริน  นักไร่
jakkarin
.n@npc-se.co.th 
ที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อม
บริษัท เอ็นพีซี เซฟตี้ แอนด์ เอ็นไวรอนเมนทอล เซอร์วิส จำกัด 

 

 

เข้าสู่ฤดูฝนทีไร เรามักจะได้ข่าวปรากฏการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนสี หรือที่เคยได้ยินกันว่า “ขี้ปลาวาฬ” ซึ่งเมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาก็มีปรากฏการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนสีเกิดขึ้นหลายที่ในประเทศไทย เคยสงสัยกันไหมครับ สาเหตุที่ทำให้น้ำทะเลเปลี่ยนสีนี้เกิดจากอะไร

            จริงๆ แล้ว ปรากฏการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนสีนี้ในปัจจุบันเราพบว่า เกิดจากมนุษย์เราเองที่เป็นต้นเหตุ เนื่องจากมีการใช้ปุ๋ยเคมีต่างๆ ในการเกษตร และน้ำเสียจากอาคารบ้านเรือนที่มักจะธาตุฟอสฟอรัส และไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบหลัก ทำให้ในช่วงต้นฤดูฝน น้ำฝนชะล้างผิวดินจากไร่สวนการเกษตร รวมทั้งน้ำเสียที่ขังอยู่ตามแหล่งน้ำต่างๆ ไหลลงสู่ทะเลเป็นจำนวนมาก ซึ่งธาตุอาหารเหล่านี้จะทำให้แพลงก์ตอนพืชในทะเลเจริญเติบโตและเพิ่มจำนวนได้มากกว่าปกติ จนน้ำทะเลมีสีเปลี่ยนไปตามชนิดของแพลงก์ตอน ผลกระทบจากปรากฏการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนสีนี้ นอกจากจะทำให้ทะเลมีสีเขียวไม่สวยงามแล้ว จะทำให้น้ำทะเลขาดออกซิเจน จนเป็นเหตุให้สัตว์น้ำขนาดเล็กหรือปลาหลายชนิดเมาน้ำถึงตายได้ ซึ่งเราก็มักจะเห็นข่าวกันอยู่บ่อยๆ ว่าในช่วงนี้จะมีปลาทะเลลอยคอและมีคนไปจับกันได้แบบง่ายๆ เป็นจำนวนมาก

upload imageupload image

ภาพปรากฏการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนสี ที่หาดเจ้าสำราญ จ.เพชรบุรี เมื่อวันที่ 27 พ.ค. 58 จาก ไทยรัฐออนไลน์(1)

 

 

            สำหรับมาตรการการควบคุมการระบายน้ำทิ้งลงสู่แหล่งน้ำต่างๆ นอกจากจะมีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงอุตสาหกรรมที่มีอำนาจบังคับใช้กฎหมายตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2535 และพ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ.2535 แล้ว ยังมีอีกหน่วยงานหนึ่งซึ่งมีส่วนสำคัญในการควบคุมคุณภาพน้ำทิ้งลงสู่ลำน้ำสาธารณะ ก็คือ “กรมเจ้าท่า” โดยล่าสุดทางกรมเจ้าท่าได้ออกกฎหมายเกี่ยวกับการควบคุมคุณภาพน้ำทิ้งก็คือ ระเบียบกรมเจ้าท่า ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้เททิ้งหรือระบายน้ำทิ้งลงสู่ลำน้ำสาธารณะ พ.ศ. ๒๕๕๗(2) ซึ่งมีผลบังคับใช้ ให้ผู้ใดก็ตามที่จะทำการระบายน้ำทิ้งลงสู่ลำน้ำสาธารณะต้องมีการยื่นคำขออนุญาตต่อสำนักความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมทางน้ำ หรือสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขา โดยหลักฐานที่ต้องใช้ในการยื่นขออนุญาตมีดังต่อไปนี้

 

(๑) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของผู้ขออนุญาต

(๒) หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของผู้รับมอบอำนาจ (กรณีมีการมอบอำนาจ)

(๓) กรณีผู้ขออนุญาตเป็นนิติบุคคลให้ยื่นคำขอพร้อมสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลที่มีอายุไม่เกิน ๖ เดือน และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคล

(๔) สำเนาหลักฐานทางที่ดินบริเวณที่ขออนุญาต

(๕) แผนผังโครงการแสดงรายละเอียดบริเวณพื้นที่เททิ้งหรือระบายน้ำทิ้ง

(๖) รายละเอียดระบบบำบัดน้ำเสียพร้อมรายการคำนวณซึ่งรับรองโดยวิศวกรประเภทภาคีสมาชิก พร้อมสำเนาใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรม

(๗) รายงานผลคุณภาพน้ำของลำน้ำสาธารณะที่รองรับน้ำทิ้ง

 

(๘) ภาพถ่ายสถานที่ตั้งโครงการ ที่ตั้งระบบบำบัดน้ำเสีย และบริเวณที่จะเททิ้งหรือระบายน้ำทิ้ง

 

(๙) รายงานการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่ได้รับความเห็นชอบแล้ว (กรณีเป็นโครงการตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม)

 

upload image  upload image

ใครเข้าข่ายที่จะต้องยื่นขออนุญาตตามระเบียบกรมเจ้าท่าฉบับนี้บ้าง ? ถ้าเราไปดูกฎหมายแม่ของระเบียบฉบับนี้ซึ่งอ้างถึงมาตราที่ ๑๑๙ แห่งพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. ๒๔๕๖ แก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย (ฉบับที่ ๑๔) พ.ศ. ๒๕๓๕ จะเห็นว่า คำนิยามของคำว่า “ลำน้ำสาธารณะ” นั้นหมายถึง แม่น้ำ ลำคลอง บึง อ่างเก็บน้ำ หรือทะเลสาบ อันเป็นทางสัญจรของประชาชนหรือที่ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน หรือทะเลภายในน่านน้ำไทย

 

ดังนั้น ผู้ที่เข้าข่ายต้องยื่นขออนุญาตก็คือผู้ที่มีส่วนในการระบายน้ำทิ้งลงสู่ลำน้ำสาธารณะตามคำนิยามดังกล่าวข้างต้น ซึ่งก็หมายถึงแหล่งน้ำทุกประเภทอันซึ่งประชาชนใช้เป็นทางสัญจร หรือเป็นแหล่งน้ำที่มีใช้ประโยชน์โดยสาธารณะ ซึ่งข้อความนี้ยังคลุมเครืออยู่ จากข้อสงสัยนี้ ผมได้พยายามติดต่อสอบถามไปยังกรมเจ้าท่าและสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาหลายครั้งแล้ว แต่ยังไม่ได้คำตอบที่ชัดเจนเลยว่าใครบ้างที่จะต้องดำเนินการขออนุญาตกับกรมเจ้าท่าตามระเบียบฉบับนี้ หากท่านใดทราบ หรือมีข้อมูล กรุณาแชร์ผ่าน Comment ด้านล่างบทความนี้ด้วยครับ จะเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านท่านอื่นๆต่อไป ขอบคุณมากครับ

 

 

จักริน  นักไร่

 27 พ.ค. 58

 

หมายเหตุ : (1)ที่มา : หาดเจ้าสำราญ ทะเลเปลี่ยนสี แนะนักท่องเที่ยวอย่าเพิ่งลงเล่นน้ำ โดยไทยรัฐออนไลน์

 

(2)ที่มา : ระเบียบกรมเจ้าท่า ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้เททิ้งหรือระบายน้ำทิ้งลงสู่ลำน้ำสาธารณะ พ.ศ. ๒๕๕๗ ราชกิจจานุเบกษา

 


***Please or to comment on this article

Environmental Blog