การระบายอากาศในที่อับอากาศ (Confined space ventilation)

นายสุทธิศักดิ์ เพ็งสลุง

          ที่ปรึกษาอาวุโส

บริษัท เอ็นพีซี เซฟตี้ แอนด์ เอ็นไวรอนเมนทอล เซอร์วิส จำกัด

sutthisak.p@npc-se.co.th

30 มิถุนายน 2559

 

upload image

การระบายอากาศในที่อับอากาศ (Confined space ventilation) เป็นมาตรการความปลอดภัยที่นำมาใช้เพื่อทำให้ “บรรยากาศอันตราย” ในที่อับอากาศหรือ Confined space นั้นหมดไป แต่จะมีวิธีการหรือมาตรฐานใดๆ มาใช้เป็นแนวทางเพื่อให้มั่นใจว่าผู้ปฏิบัติงานที่อยู่ภายในจะมีอากาศที่เพียงพอต่อการหายใจและลดความเสี่ยงได้บ้าง ซึ่งผู้เขียนได้พยายามค้นคว้าเอกสารที่เกี่ยวข้องมานำเสนอแลกเปลี่ยน โดยจะนำเสนอต่อไป

Confined space จัดว่าเป็นที่ทำงานที่มีความเสี่ยงอันตรายสูงอาจทำให้ผู้ปฏิบัติงานเสียชีวิตอันเนื่องมาจาก “บรรยากาศอันตราย” ที่อยู่ภายใน Confined space ซึ่งมีเพชฌฆาต 3 ัว ที่ทำให้เสียชีวิตมากที่สุดตามลำดับ ได้แก่

1.        การขาดออกซิเจน

2.        สารไวไฟ

3.        สารเคมีอันตรายหรือสารพิษ

โดยกฎหมายได้กำหนดไว้ว่า “บรรยากาศอันตราย” คือ สภาพบรรยากาศการทำงานที่อย่างหนึ่งอย่างใดต่อไปนี้ คือ

1.        มีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่า 19.5% และมากกว่า 23.5% โดยปริมาตร

2.        มีปริมาณสารไวไฟมากกว่า 10% LEL

3.        มีปริมาณสารเคมีอันตรายเกินกว่าค่า TLV หรือ PELของสารเคมีแต่ละชนิด

ดังนั้นการที่จะจัดการกับเพชฌฆาต 3 ัว ให้ได้ นั่นก็คือ การนำหลักการระบายอากาศในที่อับอากาศ (Confined space ventilation) มาใช้ (ซึ่งก่อนหน้านี้จะต้องมีการตัดแยกพลังงานหรือสาร หรือ Isolation system เรียบร้อยแล้ว) ซึ่งในกฎกระทรวงฯ อับอากาศ 2547 ได้กำหนดไว้ว่าจะต้องดำเนินการตรวจวัดสภาพอากาศทั้งก่อนและระหว่างทำงานใน Confined space และหากตรวจพบบรรยากาศอันตรายจะต้องทำการระบายอากาศ เพื่อให้บรรยากาศอันตรายนั้นหมดไป

General Equipment Co., ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการระบายอากาศใน Confined space และวิธีการเลือกใช้ Blower ไว้อย่างหน้าสนใจในบทความเรื่อง Using Ventilation Blowers in Confined spaces เมื่อ February 1997 ซึ่งได้สรุปหลักการพิจารณาเลือก Blower ไว้ดังนี้

1.        หาก Confined space มีหรืออาจมีบรรยากาศอันตราย Blower ที่นำมาใช้ต้องระมัดระวังเรื่องการก่อให้เกิดประกายไฟและการระเบิด

2.        หาก Confined space มีขนาดใหญ่ Blower ที่นำมาใช้ก็ต้องพิจารณาประสิทธิภาพที่เหมาะสม

3.        พิจารณาท่ออากาศ ของ Blower ต้องมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางไม่น้อยกว่า 8 นิ้ว และความยาวของท่อไม่เกิน 25 ฟุต หากจำเป็นต้องใช้ความยาวของท่อมากกว่านี้ ต้องพิจารณากำลังแรงของ Blower ที่สูงขึ้นและขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางที่ใหญ่ขึ้น ทั้งนี้ต้องพิจารณาข้อต่อข้องอที่มีผลทำให้อัตราการไหลของอากาศลดลงด้วย

4.        พิจารณาแหล่งพลังงานของ Blower ที่ใช้ ต้องเหมาะสมกับพื้นที่การทำงาน เช่น ใช้น้ำมัน ใช้ลม ใช้ไฟฟ้ากระแสตรง DC หรือ กระแสสลับ AC

5.        ราคาและงบประมาณที่เหมาะสม โดยปกติ Blower ทีมีราคาสูงก็จะมีกำลังแรงมาก หากราคาถูกก็จะได้กำลังแรงของ Blower ที่น้อย

นอกจากนี้ General Equipment Co., ยังได้อธิบาย CFM ของ Blower ไว้อย่างน่าสนใจ คือ CFM จะเป็นข้อมูลระบุประสิทธิภาพหรือความสามารถของ Blower ที่สามารถทำให้อากาศไหลเวียนได้ ซึ่งสามารถดูเอกสารผลการทดสอบประสิทธิภาพของ Blower โดยขอได้จากผู้ขายหรือผู้ผลิต  ดังนั้นการเลือก Blower เพื่อใช้ในการระบายอากาศใน Confined space ต้องพิจารณา CFM ของ Blower เป็นหลัก เพราะจะเป็นตัวกำหนดปริมาณอากาศที่ไหลเวียนใน Confined space ซึ่งใน OSHA 1910.146 ไม่ได้กำหนดอัตราไว้อย่างชัดเจน แต่ในแต่ละรัฐจะมีการออกกฎหมายกำหนดอัตราการไหลเวียนอากาศที่แตกต่างกัน เช่น ในรัฐ Minnesota กำหนดอัตราการไหลเวียนอากาศใน Confined space อย่างน้อย 6 Air Changes per hour อธิบายได้ว่าหากลูกจ้างทำงานใน Confined space ที่มีขนาด 10,000 Cubic feet (ลูกบาศก์ฟุต) ความต้องการไหลเวียนอากาศอย่างน้อยน้อย 6 Air Changes per hour คือ 60,000  Cubic feet per hour (ลูกบาศก์ฟุตต่อชั่วโมง) เราต้องเลือก Blower ที่มีกำลังอย่างน้อย 1,000 CFM (cubic feet per minutes) จะสามารถทำให้เกิดการไหลเวียนอากาศได้ 60,000 ลูกบาศก์ฟุตต่อชั่วโมง แต่มีข้อแม้ว่า Blower ตัวนี้ต้องทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ 100%

สรุปได้ว่า การระบายอากาศใน Confined space จะเหมาะสมหรือไม่ ให้พิจารณาจากกำลัง CFM ของ Blower เทียบกับขนาดของ Confined space ที่จะเข้าไป (โดยต้องแปลงหน่วยพัดลมและพื้นที่ Confined space ให้ตรงกันด้วย) โดยกำลังของ Blower ต้องมีความสามารถอย่างน้อย 6 Air Changes per hour นอกจากนี้แล้ว ผู้เขียนพบเอกสารของ NC State University/ Environmental Health & Safety Center หน้าที่ 5/01 Appendix D Confined space ventilation กำหนดไว้ว่าอัตราการระบายอากาศต้องไม่น้อยกว่า 10 air exchanges per hour จึงอาจเป็นแนวทางนำไปใช้กำหนดเป็นมาตรฐานเกี่ยวกับการระบายอากาศได้ 

ตามแนวทางที่กล่าวมาข้างต้นนั้น ผู้เขียนจึงขอแนะนำว่า ผู้ที่ทำหน้าที่ระบายอากาศใน Confined space ควรต้องพิจารณากำลังความสามารถของ Blower และขนาดของ Confined space ที่จะเข้าไปด้วย เพื่อให้มีการระบายอากาศอย่างเหมาะสม 

อย่างไรก็ตามแม้ว่าเราจัดให้มีระบบระบายอากาศที่ดีแล้วก็ตาม การตรวจวัดสภาพอากาศใน Confined Space เป็นระยะๆ อย่างต่อเนื่อง ด้วยวิธีการที่ถูกต้อง และใช้เครื่องมือวัดที่ได้มาตรฐานก็ต้องดำเนินการควบคู่กันไปเพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีบรรยากาศอันตรายสะสมในระดับที่เป็นอันตรายต่อผู้ปฏิบัติงาน

 


***Please or to comment on this article

Safety Blog