| |
NPC-S&E เปิดศูนย์ควบคุมภาวะฉุกเฉิน เพื่อเตรียมความพร้อมรับวิกฤตที่อาจเกิดขึ้นในทุกรูปแบบในกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นภัยจากสารเคมี เพลิงไหม้ อุบัติภัยจากที่สูง หรือที่อับอากาศ ตลอดถึงอุบัติภัยที่เกิดจากการขนส่งสารเคมีต่าง ๆ ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด และนิคมใกล้เคียงอื่น ๆ ศูนย์ควบคุมภาวะฉุกเฉิน (ECC) มีความพร้อมด้านบุคลากรที่ผ่านการฝึกอบรม ทั้งภาคทฤษฏีบทที่สำคัญ ระเบียบวินัย และการดับเพลิงกู้ภัยอื่น ๆ กว่า 600 ชั่วโมง เพื่อให้มีความรู้ความสามารถเป็นไปตามมาตรฐาน NFPA ซึ่งกำหนดระดับความสามารถของพนักงานดับเพลิงกู้ภัยออกเป็น Fire Fighter I และ Fire Fighter II เป็นพื้นฐาน ซึ่งพนักงานดับเพลิงและกู้ภัยประจำศูนย์ควบคุมภาวะฉุกเฉิน จะมีความรู้ความสามารถ ทั้งด้านการดับเพลิงและกู้ภัย ตลอดถึงการ Inspect อุปกรณ์ดับเพลิงต่าง ๆ และอุปกรณ์กู้ภัยอื่น ๆ เพื่อรองรับการเติบโตและการขยายตัวของบริษัทในกลุ่ม PTT GROUP และบริษัทอื่นๆ ศูนย์ควบคุมภาวะฉุกเฉิน (ECC) ได้ออกแบบให้มีระบบการควบคุมสั่งการที่ทันสมัย ครบวงจรด้านการควบคุมและตอบโต้เหตุ ซึ่งประกอบด้วย |
| 1. ระบบสื่อสารและติดตามเฝ้าระวัง การรับแจ้งเหตุภายใน โดยทำการเชื่อมโยงระบบการแจ้งเตือนภัยจากบริษัทสมาชิก (Client) เข้ามายังศูนย์ควบคุมภาวะฉุกเฉิน ซึ่งถ้าหากเกิดเหตุฉุกเฉินใด ๆ ภายในบริษัทในกลุ่ม ทางศุนย์ควบคุมภาวะฉุกเฉิน (ECC) ก็จะรับทราบเหตุฉุกเฉินนั้น ๆ ในทันที สามารถตรวจสอบได้ทั้งระบบภาพและระบบเสียง ทำให้ง่ายต่อการตัดสินใจและควบคุมเหตุการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ |
| 2. ระบบการแจ้งเตือนภัยให้กับชุมชน ถ้าหากว่าเหตุการณ์ฉุกเฉินในโรงงานอุตสาหกรรมนั้น ส่งผลกระทบต่อชุมชน หรือโรงงานใกล้เคียง ทางศูนย์ควบคุมภาวะฉุกเฉิน มีระบบการแจ้งเตือนไปยังชุมชน หรือโรงงานที่อาจได้รับผลกระทบได้ในทันที โดยระบบวิทยุสื่อสาร และระบบวิทยุชุมชนที่สามารถให้ข้อมูลต่าง ๆ ซึ่งได้ผ่านการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่เชื่อถือได้ |
| 3. ระบบการควบคุมสั่งการ ศูนย์ควบคุมภาวะฉุกเฉินมีระบบควบคุมสั่งการที่ทันสมัย นอกจากจะมีรถควบคุมสั่งการที่สามารถถ่ายทอดสัญญาณภาพและเสียง กลับมายังห้องบัญชาการแล้ว ทางศูนย์ควบคุมภาวะฉุกเฉิน (ECC) ยังมีระบบการเชื่อมโยงสัญญาณวิทยุทุก ๆ ความถี่และทุก ๆ ระบบ ให้สามารถสื่อสารถึงกันได้ในภาวะฉุกเฉิน (Integrated System) ซึ่งระบบดังกล่าวนั้นผู้โต้เหตุสามารถสื่อสารกับผู้เกี่ยวข้องต่าง ๆ ได้ทุกรูปแบบ เช่น สามารถใช้วิทยุสื่อสารไปยังระบบโทรศัพท์ หรือโทรศัพท์ไปยังระบบวิทยุได้ทุกความถี่และทุกระบบ นอกนั้นยังมีระบบการสื่อสารที่ทันสมัยอื่นๆ อีกมากมาย |
| 4. ระบบวิเคราะห์ข้อมูลการรั่วไหลของสารเคมี ซึ่งอาจส่งผลกระทบกับชุมชน หรือโรงงานข้างเคียง |
| 5. นอกจากจะมีระบบควบคุมต่าง ๆ มากมายแล้ว ศูนย์ควบคุมภาวะฉุกเฉิน (ECC) ยังมีรถดับเพลิงและกู้ภัยอื่น ๆ อีกกว่า 20 คัน ซึ่งถ้าหากว่าเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นในกลุ่มโรงงานปิโตรเคมีแล้ว ศูนย์ควบคุมภาวะฉุกเฉินจะมีสารดับเพลิง (โฟม) ต่าง ๆ ที่ได้จัดเตรียมรองรับไว้อย่างเพียงพอ |
| 6. ศูนย์ฝึกการดับเพลิงและกู้ภัย ปัจจุบันได้มีการจัดเตรียมสาถนีฝึกดับเพลิงและกู้ภัยต่าง ๆ เพิ่มเติมจากสถานีฝึกเดิม ออกเป็น 4 ส่วน กล่าวคือ |
| a. สถานีฝึกดับเพลิงในอาคาร (Drill Tower) ออกแบบใหม่เป็นอาคารสูง 7 ชั้น ออกแบบสำหรับการฝึกดับเพลิงในอาคาร และการกู้ภัยอื่น ๆ โดยเฉพาะ ซึ่งประกอบด้วย ฝึกที่สูง ฝึกการกู้ภัยในที่อับอากาศ ฯลฯ |
| b. สถานีฝึกไฟอุตสาหกรรม (Industrial Fire) ฐานฝึกไฟอุตสาหกรรมได้ยกเอา Plant จำลองไม่ว่าจะเป็นหอกลั่น ความสูงขนาด 23 เมตร ตัวแยกความร้อน ตลอดถึงระบบอื่น ๆ ที่เป็นปัญหาและอุปสรรคในการควบคุมเหตุในกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมไว้ในจุดเดียวกัน |
| c. ฐานฝึกการกู้ภัยสารเคมีต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการกู้ภัยสารเคมีที่เกิดจากการขนส่ง การจัดเก็บ และใช้งาน ตลอดถึงการฝึกขับรถโฟคลิฟท์ และระบบท่อต่างๆ |
| d. ฐานฝึกการดับเพลิงเฉพาะ ซึ่งออกแบบให้เป็นการฝึกดับเพลิงที่เกิดจากเชื้อเพลิงเหลว (การใช้โฟม) และเชื้อเพลิงที่เกิดจากแก๊ส ซึ่งออกแบบให้สามารถฝึกการควบคุมเพลิงจากแก๊สทั้งในรูปแบบ Vapor และ Liquid |
| นอกจากนี้ เรายังมีสถาบันฝึกอบรมทางด้านความปลอดภัยที่มีเครื่องมือ อุปกรณ์ในการฝึกที่ครบครันทันสมัย มีศูนย์บัญชาการ ศูนย์เตือนภัย และรถโมบายวิ่งตรวจอากาศนอกสถานที่ถือได้ว่าเป็นศูนย์ควบคุมภาวะฉุกเฉิน (ECC) ที่ทันสมัย และใหญ่ที่สุดในอาเชียน |
| |
| |