เตือนภัย สมุนไพรรถเร่ กินก่อนผ่อนที่หลัง อันตรายถึงตาย

สธ.สั่งเฝ้าระวังการขายสมุนไพร ทั้งสมุนไพรปรุงยาหม้อ-สมุนไพรแปรรูป เร่ขายถึงหมู่บ้าน ชวนทดลองกินก่อน จ่ายทีหลัง หากพบลงโทษเด็ดขาด โทษทั้งจำและปรับ

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : นายแพทย์ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า จากการออกตรวจราชการในต่างจังหวัด ได้รับรายงานจากอาสาสมัครสาธารณสุขว่า ขณะนี้ในพื้นที่ชนบท มีรถยนต์ รถจักรยานยนต์ เร่ขายสมุนไพรตากแห้งพร้อมปรุงเป็นยาหม้อ และยาสมุนไพรต่างๆ

ซึ่งส่วนใหญ่จะทำในรูปบดเป็นผง ใช้ผสมน้ำกิน และยาลูกกลอน อ้างสรรพคุณรักษาโรคได้หลายอย่าง และจะวิ่งไปขายตามหมู่บ้านต่างๆ

โดยมักพุ่งเป้าไปที่กลุ่มโรคเรื้อรังที่รักษาไม่หายขาด เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคอัมพฤกษ์ อัมพาต และโรคที่ชาวชนบทเป็นกันบ่อยเช่นปวดเมื่อย ไม่มีแรงทำงาน

โดยพ่อค้าเหล่านี้ มักจะใช้วิธีการขายแนวใหม่ โดยให้ชาวบ้านกินทดลองก่อน แล้วจะเก็บเงินสิ้นเดือน หากไม่ได้ผลก็จะไม่เก็บเงิน สร้างความเชื่อมั่นเชื่อถือให้ชาวบ้านมากขึ้นไปอีก

นอกจากนี้ ช่วงต้นปีที่ผ่านมา มีรายงานว่า ประชาชนหมู่ที่ 22 บ้านสันติสุข และหมู่ที่ 16 บ้านตลุง ซึ่งอยู่ติดกัน ในตำบลดอนแสลบ อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี จำนวน 17 ราย เกิดอาการผิดปกติ หลังซื้อยาสมุนไพรลูกกลอนจากรถเร่ในหมู่บ้านไปรับประทาน จนต้องเข้ารักษาในโรงพยาบาล

ทั้งนี้ ทุกรายมีอาการเหมือนกัน คือง่วงซึมอย่างเฉียบพลัน หน้ามืด และลืมตาไม่ขึ้น จากการสอบสวนหาสาเหตุของโรคพบว่า ก่อนป่วย 1-2 สัปดาห์ ผู้ป่วยคนหนึ่งซึ่งเป็นโรคเบาหวาน ได้ซื้อยาลูกกลอนจากรถเร่ขาย

อ้างสรรพคุณว่าเป็นยาแก้ปวดเมื่อย รักษาเบาหวาน และอาการต่างๆได้หลายชนิด หลังกินยาแล้วรู้สึกมีอาการดีขึ้น หายปวดเมื่อย ทำงานได้ ชาวบ้านรายนี้จึงบอกเล่าต่อกัน และต่อมารถเร่รายเดิมได้นำยามาขายให้ชาวบ้าน

โดยมีชาวบ้านดื่มทั้งหมด 17 ราย หลังดื่ม 2-3 นาที ทุกรายมีอาการง่วงซึมอย่างเฉียบพลัน หน้ามืด ลืมตาไม่ขึ้น

"ญาติของผู้ป่วยได้สอบถามผู้ขายถึงอาการผิดปกติที่เกิดขึ้น ได้รับคำตอบว่าเป็นอาการปกติ เมื่อผู้ป่วยตื่นขึ้นมาจะดีขึ้นเอง หลังจากนั้นผู้ขายได้หลบหนีไป หลังจากผู้ป่วยตื่นและกลับไปพักที่บ้านประมาณ 2-3 ชั่วโมง พบว่าอาการยังไม่ดีขึ้น ญาติจึงนำตัวเข้ารักษาที่โรงพยาบาล และอาการหายเป็นปกติ"

ซึ่งทางโรงพยาบาลได้เก็บตัวอย่างน้ำในกระเพาะอาหาร ยาลูกกลอน และยาทา ส่งตรวจที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ผลปรากฏว่า ตรวจพบสารสเตียรอยด์ ชนิดเด๊กซ่าเมทาโซน(Dexa methazone) และเพรดนิโซโลน (Prednisolone)

นายแพทย์ปราชญ์กล่าวต่อไปว่า ได้สั่งการให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรู้เท่าทันถึงอันตรายของยาจากรถเร่ และขอความร่วมมืออาสาสมัครสาธารณสุขช่วยกันสอดส่องเฝ้าระวัง หากพบรถเร่ขอให้แจ้งประสานงานเจ้าหน้าที่สาธารณสุข เพื่อจับกุมลงโทษได้เลย

เนื่องจากการเร่ขายยา จัดเป็นการขายยาแผนโบราณ โดยไม่ได้รับอนุญาต มีบทลงโทษตามมาตรา 111 จำคุกไม่เกิน 3 ปี และปรับไม่เกิน 5,000 บาท

นายแพทย์ศิริวัฒน์ ทิพย์ธราดล เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า สเตียรอยด์เป็นยาซึ่งมีผลต่อระบบต่างๆ ในร่างกาย มีอันตรายสูงมาก

และการใช้สเตียรอยด์ในปริมาณสูง มีผลกดภูมิต้านทานของร่างกาย ทำให้ติดเชื้อง่าย และยังบดบังอาการของโรคติดเชื้อ กว่าจะรู้ตัว ก็ต่อเมื่อโรคกำเริบรุนแรงไปแล้ว และยังมีผลทำให้เยื่อบุกระเพาะอาหารบางลงและทะลุได้ หรือมีเลือดออกในกระเพาะอาหารได้โดยไม่มีอาการปวดมาก่อน

การใช้สเตียรอยด์ติดต่อกันเป็นเวลานาน มีผลทำให้กระดูกผุ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ หรือคนที่เป็นโรคไขกระดูกต้องระวัง

นอกจากนี้ผลของสเตียรอยด์ ยังทำให้ร่างกายสูญเสียเกลือโปแตสเซียมทางปัสสาวะมาก อาจมีผลทำให้เกิดอาการอ่อนเพลีย กล้ามเนื้อไม่มีแรงและหัวใจเต้นผิดจังหวะหรือหยุดเต้นเสียชีวิตได้

ทั้งนี้ อย.กำหนดให้สารสเตียรอดย์เป็น “ยาควบคุมพิเศษ” ซึ่งร้านขายยาจะจำหน่ายให้กับผู้บริโภคได้ จะต้องมีใบสั่งยาจากแพทย์เท่านั้น

ยกเว้นสารสเตียรอยด์ ที่นำไปใช้เป็นยาเฉพาะที่ กับผิวหนัง ตา หู คอ จมูก หรือปาก ซึ่งจัดเป็น “ยาอันตราย” จำหน่ายได้เฉพาะร้านขายยาแผนปัจจุบันเท่านั้น

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการที่ผลิต –ขาย หรือนำเข้าสารสเตียรอยด์ จะต้องจัดทำบัญชีซื้อ- ขาย และรายงานต่อ อย. ส่วนกรณีที่นำยาสเตียรอยด์ขายในลักษณะยาชุดมีบทลงโทษตามกฎหมายเช่นกัน

"ประชาชนที่นิยมยาแผนโบราณ จะต้องดูชื่อยา ซึ่งจะมีเลขทะเบียนตำรับยา ชื่อผู้ผลิตยา และที่ตั้งของผู้ผลิตยา วันเดือนปีที่ผลิตยา เลขที่หรืออักษรแสดงครั้งที่ผลิตยา ปริมาณยาที่บรรจุ และมีคำว่า “ยาแผนโบราณ” ระบุไว้ด้วย"

ทั้งนี้ชื่อตำรับยา ต้องไม่ใช้ชื่อในทำนองอวดอ้าง หรือทำให้เข้าใจผิดไปจากความเป็นจริงได้ ซึ่งทั้งหมดนี้ประชาชนสามารถใช้เป็นข้อมูลในการพิจารณาเลือกซื้อยาแผนโบราณที่ผลิตถูกต้องตามกฎหมายได้

และยาแผนโบราณทุกตำรับ จะต้องไม่มียาแผนปัจจุบันเป็นส่วนผสม

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ : 09/เม.ย./2550
 
 
 
 
   
 
    ตัวพิมพ์ใหญ่   ตัวพิมพ์เล็ก   ตัวเลข
  กรุณานำโค้ดจากด้านบนมากรอกในช่องด้วยค่ะ
 
 
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
ฝ่ายขายและการตลาด : โทร. 0 3897 7700  โทรสาร. 0 3897 7701  อีเมล์. sales@npc-se.co.th
www.npc-se.co.th