การป้องกันและระงับอัคคีภัยในสถานประกอบการและอาคารสูง

อัคคีภัย เป็นภัยที่ร้ายแรงสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา โดยที่บางครั้งเราอาจไม่ทันรู้ตัวซึ่งอาจจะเกิดความบกพร่องของอุปกรณ์ เครื่องใช้ไฟฟ้าหรือเกิดจากกระทำ ที่มีมูลเหตุจากความประมาท

หากไม่ได้รับการดูแล ตรวจตราเอาใจใส่ให้ความสำคัญ โดยเฉพาะกับสถานประกอบการและอาคารสูง ซึ่งมักจะเป็น แหล่งกำ เนิดหรือบ่อเกิดของอุบัติภัยนั้น ๆ ได้ เนื่องจากเป็นจุดรวมพลังงานหลาย ๆ ประเภทอยู่ในนั้น รวมทั้งยังเป็นการรวมบุคลากรจำนวนมาก เพื่อให้เกิดความปลอดภัยขึ้นทั้งชีวิตและทรัพย์สินที่มีอยู่

การป้องกันอัคคีภัยนอกจาจะได้รับการออกแบบและติดตั้งอุปกรณ์ตรวจจับเตือนภัย ระบบทางหนีไฟไว้อย่างเหมาะสมแล้ว รวมทั้งมีการตรวจสอบและบำรุงรักษาอย่างดีแล้ว มาตรการที่จะต้องให้ความสำคัญอีกเรื่องหนึ่งก็คือ ในเรื่องของแผนป้องกันและระงับอัคคีภัย จะต้องจัดทำไว้ตลอดจนฝึกซ้อมตามแผนนั้น

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การป้องกันและระงับอัคคีภัยในสถานประกอบการเพื่อความปลอดภัยในการทำงานของลูกจ้าง ไม่ว่าจะเป็นสถานประกอบการที่มีลักษณะที่เราเรียกว่า “โรงงาน” หรือเป็นอาคารสูง ได้กำหนดให้นายจ้างจัดทำแผนป้องกันและระงับอัคคีภัย ซึ่งจะต้องประกอบด้วยแผนการตรวจตรา แผนการอบรม แผนการรณรงค์ป้องกันอัคคีภัย แผนการดับเพลิง แผนการอพยพหนีไฟ แผนการบรรเทาทุกข์ และแผนการปฏิรูปฟื้นฟู ซึ่งองค์ประกอบของแผนดังกล่าว จะดำเนินการในภาระที่แตกต่างกันไป ได้แก่

1. ก่อนเกิดเหตุเพลิงไหม้ ซึ่งจะประกอบด้วยแผนที่เป็นการป้องกันมิให้เกิดอัคคีภัยขึ้นคือ

แผนการอบรม

กำหนดให้มีการอบรมพนักงานหรือเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในเรื่องของการดับเพลิงและการหนีไฟ

หลักการจัดทำแผนการอบรม

1. กำหนดบุคคลผู้รับผิดชอบดำเนินการฝึกอบรม
2. กำหนดหลักสูตรเรื่อง หรือหัวข้อที่จะทำการฝึกอบรม ได้แก่

  • แผนป้องกันและระงับอัคคีภัย
  • การดับเพลิงขั้นต้น
  • การดับเพลิงขั้นสูงหรือขั้นก้าวหน้า
  • การใช้อุปกรณ์ดับเพลิงประเภทต่าง ๆ
  • การอพยพหนีไฟ
  • การปฐมพยาบาลและการช่วยชีวิต

3. เลือกวิธีการฝึกอบรม เช่น

  • การบรรยาย
  • การอภิปราย

4. การกำหนดระยะเวลาที่ใช้ในการฝึกอบรม
5. กำหนดบุคคลที่จะเข้ารับการฝึกอบรมให้เหมาะสมกับเรื่องหรือหัวข้อฝึกอบรม
6. มีการประเมินผลการอบรมทุกครั้ง

แผนการรณรงค์ป้องกันอัคคีภัย

เป็นแผนที่จัดทำขึ้นเพื่อเป็นการสร้างความสนใจให้รวมทั้งส่งเสริมในเรื่องของการป้องกันอัคคีภัยให้เกิดขึ้น

หลักการจัดทำแผนการรณรงค์ป้องกันอัคคีภัย

1. กำหนดบุคคลผู้รับผิดชอบในการจัดการณรงค์
2. กำหนดเรื่องหรือหัวข้อที่จะทำการรณรงค์ ได้แก่

  • องค์ประกอบของการเกิดเพลิงไหม้
  • การจัดเก็บวัสดุไวไฟ
  • การลดการสูบบุหรี่
  • ผลที่เกิดขึ้นจากอัคคีภัย
  • การทำ ความสะอาด

3. เลือกวิธีการหรือรูปแบบการรณรงค์ที่เหมาะสม เช่น

  • การประกวด
  • การจัดทำ โปสเตอร์ และป้ายต่าง ๆ
  • การจัดนิทรรศการ
  • การใช้สื่อต่าง ๆ

4. กำหนดระยะเวลาที่ใช้ในการรณรงค์
5. กำหนดบุคคลหรือกลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการรณรงค์
6. ประเมินผลจากการรณรงค์ทุกครั้ง

แผนการตรวจตรา

โดยกำหนดให้ตรวจเกี่ยวกับวัตถุที่เป็นเชื้อเพลิง ของเสียที่ติดไฟง่าย แหล่งความร้อน อุปกรณ์ดับเพลิง

หลักการจัดทำแผน

1. กำหนดบุคคลและพื้นที่ที่รับผิดชอบในการตรวจตราอย่างชัดเจน โดยกำ หนดบุคคลที่จะทำ หน้าที่แทนได้ด้วย
2. กำหนดเรื่องที่ต้องการในแต่ละพื้นที่เป็นการเฉพาะ โดยจัดทำ เป็นแบบรายงานผลการตรวจที่สะดวกต่อการรายงาน
3. กำหนดระยะเวลาที่ตรวจและส่งแบบรายงาน
4. กำหนดบุคคลตรวจสอบแบบรายงาน แล้วสรุปข้อบกพร่องให้ผู้บริหารในแต่ละหน่วยปรับปรุงแก้ไข เช่น ผู้จัดการโรงงาน ผู้จัดการฝ่ายธุรการ ฯลฯ แล้วสรุปรายงานผู้อำ นวยการแผนฯ ทุกเดือน
5. ควรให้มีการตรวจตราทุกกะ

ตัวอย่างแผนการตรวจตรา

2. ขณะเกิดเหตุเพลิงไหม้ ซึ่งจะประกอบด้วยแผนเกี่ยวกับการดับเพลิงและความสูญเสียโดยประกอบด้วยแผนต่าง ๆ 3 แผน คือ

แผนการดับเพลิง

การกำ หนดตัวบุคคลและหน้าที่เพื่อระงับเหตุเพลิงไหม้หน้าที่ของผู้รับผิดชอบในสถานประกอบการในการป้องกันอัคคีภัย

1. ฝ่ายบริหาร
2. พนักงานทุกคน
3. เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย
4. ยาม

1. ฝ่ายบริหาร

1.1 การจัดผังโรงงาน ระบบ และเทคโนโลยีใหม่ ๆ ให้คำ นึงถึงการเกิดอัคคีภัย

1.2 กำ หนดพื้นที่ ควบคุบกระบวนการผลิต เครื่องมือ เครื่องจักรที่อาจเกิดอัคคีภัย

1.3 กำ หนดมาตรฐานการปฏิบัติงานให้ปลอดภัยจากอัคคีภัย

1.4 ควบคุมการใช้ไฟ การก่อเกิดไฟ เปลวไฟ ประกายไฟ ไฟฟ้า ความร้อนไฟฟ้าสถิตย์ หรือวิธีการทำ งานอื่นใดที่ทำ ให้เกิดอัคคีภัย เช่น การเชื่อม การตัด การขัด ท่อร้อนต่าง ๆ ตลอดจนการขนย้าย ขนส่งเคลื่อนย้ายสารไวไฟ ผู้อนุญาตให้มีการทำ งานดังกล่าวต้องเป็นผู้จัดการโรงงานหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย

1.5 มอบหมายให้มีคณะกรรมการความปลอดภัยและเจ้าหน้าที่ความปลอดภัย กำหนดแผนและการดำ เนินการป้องกันและระงับอัคคีภัย เช่น การฝึกอบรม การตรวจสอบ และการปรับปรุงสภาพของงาน เป็นต้น

1.6 ติดตามตรวจสอบกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการป้องกันอัคคีภัย

1.7 วางแผนระยะยาวเกี่ยวกับการป้องกันอัคคีภัย เช่น ในเรื่องการติดตั้งระบบตรวจสอบสารไวไฟหรือควันไฟ ระบบสัญญาณเตือนภัย ระบบดับเพลิงอัตโนมัติในจุดที่มีสารไวไฟหรือสารติดไฟได้ง่าย

1.8 กำ หนดระเบียบและการควบคุมผู้รับเหมาหรือบุคคลภายนอกที่ปฏิบัติงาน
เกี่ยวกับการก่อเกิดไฟต่าง ๆ

2. หน้าที่ของพนักงานเกี่ยวกับการป้องกันอัคคีภัย

2.1 พนักงานทุกคนต้องปฏิบัติตามกฎแห่งความปลอดภัยในการทำ งานดังนี้

1) ห้ามก่อไฟในบริเวณที่หวงห้ามหรือในบริเวณโรงงานก่อนได้รับอนุญาตจากผู้มีหน้าที่รับผิดชอบ

2) ห้ามสูบบุหรี่ในบริเวณที่มีป้าย “อันตรายจากสารไวไฟหรือวัตถุระเบิด” หรือ “บริเวณที่ห้ามสูบบุหรี่” นอกจากสถานที่จัดไว้เท่านั้น

3) ห้ามทำ การซ่อมแซมเครื่องจักรเครื่องมือในบริเวณที่มีสารไวไฟหรือวัสดุติดไฟได้ง่ายโดยพละการก่อนที่ช่างซ่อมและเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยจะร่วมกันจัดทำ ใบแจ้งซ่อมตามขั้นตอนและวิธีการที่กำหนด

2.2 การควบคุมพื้นที่ที่มีสารไวไฟหรือวัสดุติดไฟได้ง่าย การนำไฟมาใช้หรือก่อให้เกิดไฟในพื้นที่ใด ๆ ต้องห่างจากบริเวณที่มีสารไวไฟ หรือวัสดุติดไฟได้ง่ายอย่างน้อยในรัศมี 10 เมตร กรณีที่ไม่อาจทำ ได้ต้องทำ การป้องกันสารไวไฟหรือ วัสดุติดไฟได้ง่ายอย่างปลอดภัยภายใต้การควบคุมของเจ้าหน้าที่ความปลอดภัย

2.3 การป้องกันสถานที่ทำ งานและวิธีการที่เลี่ยงไฟ

1) การป้องกันการรั่วไหลของเชื้อเพลิงและสารไวไฟต่าง ๆ

    • พนักงานที่พบเห็นภาชนะที่ใส่สารไวไฟหรือเชื้อเพลิงต่าง ๆ อยู่ในสภาพที่
      ชำ รุด หรืออาจเกิดการรั่วไหล ให้รีบรายงานผู้มีหน้าที่รับผิดชอบและกรณีที่พบว่าการรั่วไหลนั้น อาจก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรง หากไม่แก้ไขให้รีบทำ การแก้ไขและ/หรือรายงานผู้มีหน้าที่รับผิดชอบแก้ไขทันที

2) การกำ จัดขยะหรือเศษวัสดุที่ติดไฟได้ง่าย

    • ขยะหรือเศษวัสดุที่ติดไฟได้ง่าย พนักงานจะต้องเก็บรวบรวมไว้ใน ภาชนะที่ไม่ติดไฟได้ง่ายและห้ามนำ ออกจากบริเวณที่ทำ งานไปเก็บไว้ในสถานที่ปลอดภัย อย่างน้อยวันละ 1 ครั้งต่อกะ

3) เสื้อผ้าที่เปียกเปื้อนด้วยสารไวไฟ

    • เสื้อผ้าที่เปียกเปื้อนด้วยสารไวไฟ พนักงานจะต้องเปลี่ยนเสื้อผ้านั้นทันที

4) การป้องกันอัคคีภัยจากยานพาหนะ

    • พนักงานที่ใช้ยานพาหนะขนถ่ายสิ่งของในบริเวณที่มีสารไวไฟ ถังแก๊สจะต้องระมัดระวังการชน การกระแทก หรือการก่อให้เกิดอัคคีภัย

5) การป้องกันอันตรายจากไฟฟ้า

    • สายไฟ หลอดไฟ สวิทซ์มอเตอร์ไฟฟ้า พัดลม เครื่องมือเครื่องจักรที่ใช้ไฟฟ้าที่มี หรือใช้อยู่ในบริเวณสารไวไฟหรือวัสดุติดไฟได้ง่าย จะต้องตรวจตราเป็นประจำ ในเรื่องสภาพที่ชำ รุด การต่อไฟ ปลั๊กไฟ การต่อสายดิน หรือกรณีอื่นใดที่อาจเป็นสาเหตุของอัคคีภัย

6) การป้องกันการระเบิดของหม้อไอนํ้า

ก. ก่อนติดไฟให้ตรวจดูระดับนํ้า

ข. ให้ระบายลมภายในเตาเพื่อไล่แก๊สที่ตกค้างในหม้อนํ้าออกทุกครั้งก่อนติดไฟ

ค. ลิ้นนิรภัย จะต้องทดสอบเป็นประจำ อย่างน้อย 1 ครั้งต่อเดือน และถ้าเกิดการรั่วของลิ้นนิรภัยห้ามใช้วิธีเพิ่มนํ้าหนักหรือตั้งลิ้นนิรภัยให้แข็งขึ้น

ง. ถ้าถังหม้อไอนํ้ารั่ว ให้หยุดใช้งานทันทีและรายงานให้มีการแก้ไขโดยเร็ว

จ. ให้ตรวจสอบเกจวัดความดันและห้ามใช้ความดันเกินกว่าที่กำ หนด

ฉ. ถังนํ้าแห้งตํ่ากว่าระดับของหลอดแก้วให้รีบดับไฟ ห้ามสูบนํ้าเข้าหม้อไอนํ้าอย่างเด็ดขาดแต่ปล่อยให้เย็นลง

ช. ให้ตรวจสอบความปลอดภัยของหม้อไอนํ้าอย่างน้อยปีละครั้ง

7) การป้องกันอัคคีภัยจากการเชื่อมโลหะ

ก. อุปกรณ์การเชื่อม สายไฟและข้อต่อที่หลอมหรือชำ รุด ต้องทำ การแก้ไขให้อยู่ในสภาพที่ปลอดภัย

ข. ทำ การตรวจสอบการรั่วไหลของข้อต่อและวาล์วเป็นประจำ ถ้าพบว่ามีการรั่วไหลของแก๊สจากถังแก๊สให้หยุดการทำ งานที่ใช้ไฟในบริเวณนั้น และรีบทำ การป้องกันแก้ไขโดยเร็ว

ค. ถังแก๊สและถังนํ้ามันเชื้อเพลิงต้องวางไว้ห่างจากเปลวไฟ ประกายไฟ ความร้อน ท่อร้อยต่าง ๆ หรือส่วนของเครื่องมือเครื่องจักรที่อาจก่อให้เกิดความร้อนได้ในระยะ 7 เมตร

ง. สายไฟ สายแก๊ส ขณะทำการตัดเชื่อมต้องไม่กีดขวางการทำงานหรือ ตรงบริเวณที่อาจเหยียบทับของคนหรือยานพาหนะ

จ. ห้ามทิ้งหรือปล่อยหัวเชื่อมไว้โดยไม่ดับไฟหรือปิดเครื่อง

ฉ. การเชื่อมต้องระวังเปลวไฟ สะเก็ดไฟที่จะถูกลมพัดปลิวไปตกอยู่ในบริเวณที่มีสารไวไฟหรือวัสดุติดไฟได้ง่าย หรือเป็นอันตรายต่อพนักงานข้างเคียง

8) การเคลื่อนย้ายขนส่งสารไวไฟโดยพนักงาน

ก. การเคลื่อนย้ายขนส่งสารไวไฟห้ามผ่านหรือให้หลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีการทำงานแล้วเกิดประกายไฟ เปลวไฟ ท่อร้อย สะเก็ดโลหะ ฯลฯ

ข. การขนส่งสารไวไฟให้ระมัดระวังการตกหรือหกเรี่ยราดบนพื้นที่ทำงาน

ค. ให้ใช้วิธีการขนยกที่ปลอดภัย

ง. ภาชนะที่บรรจุสารไวไฟที่ไม่จำ เป็นต้องเปิดฝาให้ปิดฝาให้มิดชิด

จ. ให้ระมัดระวังการเรียงตั้งที่อาจเกิดการตกหล่นหรือล้มลงมาได้

3. หน้าที่ของเจ้าหน้าที่ความปลอดภัย

3.1 กำหนดเขตพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดเพลิงไหม้

3.2 ตรวจสอบสถานที่ล่อแหลมต่อการเกิดอัคคีภัยเป็นประจำ

3.3 กำหนดรายละเอียดของแผนป้องกันและระงับอัคคีภัย ตลอดจนจัดให้มีการอบรมและฝึกปฏิบัติเป็นระยะ ๆ

3.4 จัดหาซ่อมบำรุง และตรวจสอบเครื่องดับเพลิงและอุปกรณ์ดับเพลิงให้อยู่ในสภาพที่พร้อมต่อการใช้งานได้ตลอดเวลา

3.5 ควบคุมการทำงานของผู้รับเหมาหรือบุคคลภายนอกในเรื่องที่เกี่ยวกับอัคคีภัย

3.6 ออกใบอนุญาตการทำงานในพื้นที่ควบคุมอัคคีภัย

ตัวอย่างแผนระงับอัคคีภัยลำดับขั้นตอนการปฏิบัติเมื่อพนักงานพบเหตุเพลิงไหม้
ตัวอย่างการกำหนดตัวบุคคลและหน้าที่เพื่อระงับเหตุเพลิงไหม้ขั้นต้น
ตัวอย่างโครงสร้างหน่วยงานป้องกันระงับอัคคีภัยเมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ขั้นรุนแรง

แผนการอพยพหนีไฟ

กำหนดขึ้นเพื่อความปลอดภัยของชีวิตพนักงานหรือผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ องค์ประกอบต่าง ๆ ที่กำ หนดขึ้นนั้น ได้แก่ จัดให้มีหน่วยตรวจสอบจำนวนพนักงาน ผู้นำทางหนีไฟ จุดนัดพบ หน่วยชีวิตและยานพานะ เป็นต้น

ในแผนดังกล่าวควรกำหนดให้มีการปฏิบัติดังนี้

1. หน่วยงานตรวจสอบจำนวนพนักงาน มีหน้าที่ตรวจนับจำนวนพนักงานว่า มีการอพยพหนีไฟออกมาภายนอกบริเวณที่ปลอดภัยครบทุกคนหรือไม่

2. ผู้นำทางหนีไฟ จะเป็นผู้นำทางพนักงานอพยพหนีไฟไปตามทางออกที่จัดไว้

3. จุดนับพบหรือเรียกอีกอย่างว่า “จุดรวมพล” จะเป็นสถานที่ที่ปลอดภัย ซึ่งพนักงานสามารถที่จะมารายงานตัวและทำ การตรวจสอบนับจำนวนได้ หากพบว่าพนักงานอพยพหนีไฟออกมาไม่ครบตามจำนวนจริง ซึ่งหมายถึงยังมีพนักงานติดอยู่ในพื้นที่ที่เกิดอัคคีภัย

4. หน่วยช่วยชีวิตและยานพาหนะ จะเข้าค้นหาและทำ การช่วยชีวิตพนักงานที่ยังติดค้างอยู่ในอาคารหรือในพื้นที่ที่ได้เกิดอัคคีภัย รวมถึงกรณีของพนักงานที่ออกมาอยู่ที่จุดรวมพลแล้วมีอาการเป็นลม ช็อคหมดสติหรือบาดเจ็บ เป็นต้น หน่วยช่วยชีวิตและยานพาหนะจะทำ การปฐมพยาบาลเบื้องต้น และติดต่อหน่วยยานพาหนะให้ในกรณีที่พยาบาลหรือแพทย์พิจารณาแล้วต้องนำ ส่งโรงพยาบาล

ตัวอย่างแผนอพยพหนีไฟ

แผนบรรเทาทุกข์

เป็นการกำหนดหน้าที่รับผิดชอบของผู้ปฏิบัติการในเรื่องต่าง ๆ เช่น การประสานงานกับหน่วยงานของรัฐ การสำรวจความเสียหาย การรายงานตัวของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายและกำหนดจุดนัดพบของบุคลากรเพื่อรอรับคำสั่ง การช่วยชีวิตและขุดค้นหาผู้เสียชีวิต การเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัย ทรัพย์สินของผู้เสียชีวิต การช่วยเหลือสงเคราะห์ผู้ประสบภัย การประเมินความเสียหาย ฯลฯ

ตัวอย่างการกำหนดหน้าที่รับผิดชอบของผู้ปฏิบัติการในแผนบรรเทาทุกข์

3. หลังเหตุเพลิงไหม้สงบลงแล้ว

จะประกอบด้วยแผนที่จะดำ เนินการเมื่อเหตุเพลิงไหม้สงบลงแล้ว 2 แผน คือ แผนบรรเทาทุกข์ซึ่งดำ เนินการต่อเนื่องจากภาวะเกิดเหตุเพลิงไหม้และแผนปฏิรูปฟื้นฟู การจัดทำแผนต่าง ๆ ต้องให้เหมาะสมกับสถานประกอบการและพื้นที่จริงเป็นหลักสำคัญ และก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการป้องกันและระงับอัคคีภัย โดยมีแนวการจัดทำ ดังนี้

1. ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาจัดทำ
2. ในแผนต้องกำ หนดบุคคล และพื้นที่รับผิดชอบอย่างชัดเจน
3. ภารกิจที่ต้องปฏิบัติในระยะเวลาเดียวกันจะต้องแยกปฏิบัติอย่าให้เป็นบุคคลเดียวกัน
4. หากมีพนักงานหรือเจ้าหน้าที่ทำ งานเป็นกะ ต้องกำ หนดผู้รับผิดชอบทุกกะอย่างต่อเนื่อง
5. แผนที่ต้องปฏิบัติขณะเกิดเหตุเพลิงไหม้ ต้องชัดเจนไม่คลุมเครือ เพราะจะเป็นช่วงเวลาที่ต้องการความรวดเร็วในการปฏิบัติและถูกต้องแม่ยำ

การป้องกันและระงับอัคคีภัยในสถานประกอบการและอาคารสูงจะต้องมีการร่วมมือกันในการที่จะป้องกัน ไม่ว่าจะเป็นนายจ้าง ลูกจ้าง คณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำ งาน เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำ งาน เจ้าของอาคารหรือผู้พักอาศัยในอาคารนั้น ที่จะคอยสำ รวจตรวจตรา ดูแลอยู่ตลอดเวลา เพื่อมิให้เกิดอัคคีภัยขึ้น แม้เราจะมีแผนการป้องกันและระงับอัคคีภัยแล้ว การฝึกซ้อมตามแผนที่กำหนดไว้ ก็ต้องมีการกระทำ บ่อย ๆ หรืออย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง จะทำให้ผู้ปฏิบัติเกิดความมั่นใจ สามารถจดจำ ขั้นตอนวิธีการจนเป็นนิสัย ไม่อยู่ในอาการตกใจ ปฏิบัติได้ถูกต้องเมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้น ช่วยให้การ หนีไฟเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ชีวิตและทรัพย์สินก็จะไม่สูญสิ้นกับอัคคีภัย

“คิดใหม่ ทำใหม่ เพื่อป้องกันอัคคีภัยในสถานประกอบการ”

รวบรวมโดย คุณ ศราวุฒ (กองตรวจความปลอดภัย)

ที่มา : กรมโรงงานอุตสาหกรรม    
 
 
 
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
ฝ่ายขายและการตลาด : โทร. 0 3897 7700  โทรสาร. 0 3897 7701  อีเมล์. sales@npc-se.co.th
www.npc-se.co.th