การเลิกสัญญาจ้าง

พิชญุตม์ รุ่งเรืองวงศ์
ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ (บริการความปลอดภัยและดับเพลิง)
บริษัท เอ็นพีซีเซฟตี้ แอนด์ เอ็นไวรอนเมนทอล เซอร์วิส จำกัด
phitchayut.r@npc-se.co.th

สวัสดีครับ ท่านผู้อ่านทุกท่าน ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่อ่านบทความนี้ โดยเฉพาะท่านที่ให้คำแนะนำ มีคำถาม ข้อเสนอแนะและการติชม ซึ่งผมเองขอน้อมรับและจะนำมาปรับปรุงบทความให้มีสาระตรงตามความต้องการของท่านต่อไป

ในสัปดาห์นี้ ผมจึงอยากพูดถึง ในกรณีเลิกสัญญาจ้าง นายจ้างหรือลูกจ้างต้องการบอกเลิกสัญญาจ้าง ต้องบอกกล่าวให้อีกฝ่ายหนึ่งทราบ ที่ถูกต้องต้องดำเนินการอย่างไร แล้วต้องบอกกล่าวล่วงหน้านานแค่ไหนและในกรณีที่นายจ้างต้องการให้ลูกจ้างออกจากงานในทันทีจะกระทำได้หรือไม่ ถ้าทำได้นายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยอะไรบ้างให้แก่ลูกจ้าง

ตามที่กฏหมายคุ้มครองแรงงานกำหนดเอาไว้และผมมีบางตัวอย่างในเรื่องนี้ ที่ถึงศาลฏีกาแล้ว เพื่อเป็นบทเรียน ดังเอกสารแนบ ซึ่งผมหวังว่า ท่านผู้อ่านทั้งหลายคงได้จะได้รับสาระในเรื่องนี้บ้างไม่มากก็น้อย แล้วพบกันใหม่ในวันศุกร์หน้า

สวัสดีครับ

มาตรา ๑๗ สัญญาจ้างย่อมสิ้นสุดลงเมื่อครบกำหนดระยะเวลาในสัญญาจ้างโดยมิต้องบอกกล่าวล่วงหน้า

ในกรณีที่นายจ้างไม่มีกำหนดระยะเวลา นายจ้างหรือลูกจ้างอาจบอกเลิกสัญญาจ้างโดยบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นหนังสือให้อีกฝ่ายหนึ่งทราบ ในเมื่อถึงหรือก่อนจะถึงกำหนดจ่ายค่าจ้างคราวหนึ่งคราวใด เพื่อให้เป็นผลเลิกสัญญากันเมื่อถึงกำหนดจ่ายค่าจ้างคราวถัดไปข้างหน้าก็ได้ แต่ไม่จำเป็นต้องบอกกล่าวล่วงหน้าเกินสามเดือน

ในกรณีที่นายจ้างเป็นฝ่ายบอกเลิกสัญญาจ้าง ถ้านายจ้างไม่ได้ระบุเหตุผลไว้ในหนังสือบอกเลิกจ้างสัญญาจ้าง นายจ้างจะยกเหตุตามมาตรา ๑๑๙ ขึ้นอ้างในภายหลังไม่ได้

การบอกเลิกสัญญาจ้างตามวรรคสอง นายจ้างอาจจ่ายค่าจ้างให้ตามจำนวนที่จะต้องจ่ายจนถึงเวลาเลิกสัญญาตามกำหนดที่บอกกล่าวและให้ลูกจ้างออกจากงานาทันทีได้ และให้ถือว่าการจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างตามวรรคนี้ เป็นการจ่ายสินจ้างให้แก่ลูกจ้างตามมาตรา ๕๘๒ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

การบอกกล่าวล่วงหน้าตามมาตรานี้ไม่ใช้บังคับแก่การเลิกจ้างตามมาตรา ๑๑๙ แห่งพระราชบัญญัตินี้ และมาตรา ๕๘๓ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

บทบัญญัติข้างต้นกำหนดไว้เพื่อให้การเลิกสัญญาจ้างซึ่งได้บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๘๒ มาเป็นบทบัญญัติเกี่ยวกับการเลิกจ้างตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานด้วย เพื่อให้การเลิกสัญญาจ้างได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายและสะดวกแก่การบังคับใช้กฎหมาย

บทบัญญัติในวรรคสามกำหนดให้สิทธิแก่นายจ้างที่ระบุเหตุผลของการเลิกจ้างไว้ในหนังสือบอกเลิกสัญญาจ้างเท่านั้นที่จะยกเหตุที่นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยตามมาตรา ๑๑๙ ขึ้นอ้างได้ เป็นบทยกเว้นมาตรา ๑๑๙ ซึ่งบทบัญญัติแยกไว้ต่างหากจากการจ่ายค่าชดเชย นายจ้างที่จะเลิกจ้างลูกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยจึงต้องมีหนังสือเลิกสัญญาจ้างระบุเหตุเลิกจ้างทุกครั้ง

คำพิพากษาฎีกาที่ ๒๕๙๙/๒๕๔๑ ตามประกาศของนายจ้างที่ปลดลูกจ้างออกจากงาน นายจ้างอ้างเหตุเพียงว่าลูกจ้างละทิ้งการปฏิบัติงานเท่านั้น เท่ากับนายจ้างประสงค์จะถือเอาเฉพาะเหตุที่ระบุในประกาศเพียงประการเดียวเป็นเหตุเลิกจ้าง เมื่อนายจ้างถูกฟ้องก็ชอบจะยกเหตุผลที่ระบุในประกาศดังกล่าวเป็นข้อต่อสู้เท่านั้น จะยกเหตุอื่นเป็นข้อต่อสู้เพื่อจะไม่จ่ายค่าชดเชยหาได้ไม่

คำพิพากษาฎีกาที่ ๔๖๒๕-๔๗๐๑ /๑๕๔๒ เมื่อวันที่ ๒๙ มิถุนายน ๒๕๔๑ ซึ่งเป็นวันถึงกำหนดจ่ายสินจ้าง นายจ้างมีหนังสือบอกกล่าวเลิกจ้างลูกจ้าง แต่ลูกจ้างทราบการบอกกล่าวในวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๔๑ ดังนี้ต้องถือว่านายจ้างบอกกล่าวเลิกจ้างลูกจ้างในวันที่ลูกจ้างได้ทราบการบอกกล่าวเลิกจ้างคือวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๔๑ และเป็นผลให้เลิกสัญญาจ้างกัน เมื่อถึงกำหนดจ่ายสินจ้างคราวถัดไปข้างหน้าในวันที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๔๑

อ่านเรื่องทั้งหมด

ที่มา : www.npc-se.co.th    
 
 
 
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
ฝ่ายขายและการตลาด : โทร. 0 3897 7700  โทรสาร. 0 3897 7701  อีเมล์. sales@npc-se.co.th
www.npc-se.co.th