อบรมความปลอดภัยครบวงจร จป อุปกรณ์ความปลอดภัย ข้อมูลด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม
เกี่ยวกับ NPC S&E ประชาสัมพันธ์/สมัครงาน คลังความรู้ บริการที่ปรึกษาฯ แบบสอบถาม    
 
 
 
 การควบคุมอันตราย

ศศิภา เลิศจินตนาการ
ที่ปรึกษา อาชีวอนามัยและความปลอดภัย
Sasipa.l@npc-se.co.th
บริษัท เอ็นพีซี เซฟตี้ แอนด์ เอนไวรอนเมนทอล เซอร์วิส จำกัด


สวัสดีค่ะ ผู้อ่านทุกท่าน เราได้พูดคุยกันเรื่องปัจจัยเสี่ยงกันมาพอสมควรแล้ว ถึงแม้จะไม่ได้ลงรายละเอียดมากมายสักเท่าไหร่ แต่ก็คิดว่าน่าจะพอทำให้หลายๆท่านได้ทำความเข้าใจหรือได้มีโอกาสทบทวนกันมากขึ้น และสำหรับในครั้งนี้ผู้เขียนขอมาพูดเรื่องของการควบคุมอันตรายกันบ้างนะคะ ว่าเราจะมีวิธีการในการควบคุมอันตรายกันอย่างไรได้บ้าง ลองอ่าน ทำความเข้าใจและนำไปประยุกต์ใช้กันดูนะคะ

การควบคุมอันตราย (control of hazards)

นักสุขศาสตร์อุตสาหกรรม จะต้องจัดให้มีวิธีการควบคุมทั้งในอุตสาหกรรมและสถานที่ทำงานอื่น เช่น ห้องปฏิบัติการ ออฟฟิรต โรงพยาบาล และอันตรายอาจเปลี่ยนแปลงไปตามเวลา ดังนั้น การควบคุมอันตรายควรจะมีการทบทวนและปรับปรุงให้ทันสมัยอยู่เสมอ วิธีการควบคุมอันตรายต่อสุขภาพจากสิ่งแวดล้อมการทำงาน อาจแบ่งได้เป็น 3 ประเภท



การควบคุมทางวิศวกรรม (Engineering controls) เป็นการควบคุมอันตรายโดยเริ่มตั้งแต่การออกแบบหรือโดยการประยุกต์ใช้วิธีการควบคุม การใช้สารอื่นทดแทนสารพิษ การออกแบบระบบปิดหรือระบบระบายอากาศ การควบคุมทางวิศวกรรมเป็นวิธีแรกที่ควรจะพิจารณานำไปใช้

การควบคุมทางการบริหารจัดการ (Administrative control) เป็นวิธีการควบคุมอันตรายที่จะลดการได้รับสัมผัสสารอันตราย โดยการจัดเวลาการทำงานในบริเวณที่มีสารอันตรายให้น้อยลง เช่น จัดให้ทำงานกับความร้อนในช่วงเช้าหรือเย็น การฝึกอบรมคนงานเพื่อช่วยให้คนงานลดการได้รับสารอันตรายหรือสารเคมีจากการทำงาน

อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล (Personal protective equipment) อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลที่คนงานสวมใส่เพื่อป้องกันอันตรายจากสิ่งแวดล้อมการทำงาน ได้แก่ ถุงมือ ที่อุดหู แว่นตา ผ้ากันเปื้อน หน้ากาก อุปกรณ์ป้องกันระบบทางเดินหายใจ เป็นต้น การใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล อาจใช้ร่วมกับการป้องกันทางวิศวกรรมและการป้องกันทางการบริหารจัดการ

การควบคุมทางวิศวกรรม (Engineering controls)

1. การแทนที่สารที่อันตรายกว่าด้วยสารที่มีอันตรายน้อยกว่า เป็นวิธีที่เป็นไปได้ในการลดอันตรายต่อสุขภาพ เช่น การใช้ตัวทำอันตรายที่มีอันตรายน้อยกว่า หรือมีความสามารถในการติดไฟน้อยกว่าไปแทนที่สารที่มีอันตรายมากกว่า การใช้ตัวทำละลายที่มีพิษน้อยมาแทนที่ตัวทำละลายที่มีพิษมาก ควรจะทดลองทำในปริมาณน้อยๆก่อน แล้วจึงเพิ่มปริมาณแล้วนำไปใช้ในกระบวนการผลิต

2. การเปลี่ยนแปลงกระบวนการผลิต เป็นวิธีการที่จะมีโอกาสปรับปรุงสภาวะการทำงาน คุณภาพผลิตภัณฑ์และการผลิต ในบางกรณีการปรับปรุงจะลดอันตรายได้ด้วย เช่น ใช้การทาสีด้วยแปรงหรือการจุ่มด้วยสี (Dipping) แทนการพ่นสี จะลดความเข้มข้นของเม็ดสีที่เป็นพิษในอากาศ

3. การปิดคลุมกระบวนการผลิตหรืออุปกรณ์ เป็นวิธีการที่ดีในการควบคุม เช่น ในอุตสาหกรรมเคมี การแยกกระบวนการที่อันตรายโดยทำเป็นระบบปิด เป็นวิธีที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย

4. การลดปัญหาเรื่องฝุ่นหรืออันตรายจากฝุ่น อาจทำได้โดยการพ่นน้ำไปที่แหล่งกำเนิดของฝุ่น จัดเป็นวิธีที่ง่ายและสะดวกในการควบคุมฝุ่น

5. การระบายอากาศ

การระบายอากาศเฉพาะที่ (Local exhaust ventilation) เป็นอุปกรณ์ที่สามารถดักจับสารเจือปนในอากาศที่จุดใหล้กับแหล่งกำเนิด ระบบระบายอากาศเฉพาะที่จะใช้เมื่อการกำจัดสารปนเปื้อนในอากาศไม่สามารถควบคุมโดยการใช้สารอื่นทดแทน การเปลี่ยนแปลงกระบวนการผลิต การแยกกระบวนการผลิตที่อันตรายออก หรือการปิดคลุมกระบวนการผลิต แม้ว่าจะใช้การแยกกระบวนการผลิตที่อันตรายให้ห่างจากคนงาน อาจจะต้องใช้ระบบระบายอากาศเฉพาะที่ร่วมด้วย

การระบายอากาศทั่วไป (General ventilation) หรือการระบายอากาศแบบเจือจาง (Dilution ventilation) เป็นการนำเอาอากาศหรือเพิ่มอากาศเข้าไปเจือจางความเข้มข้นของสารให้มีระดับต่ำกว่าระดับที่จะเกิดอันตรายได้ ใช้การระบายอากาศแบบธรรมชาติโดยการเปิดประตูหน้าต่าง หรือการระบายอากาศที่หลังคา และปล่อง หรือใช้การดูดอากาศเข้ามาก็ได้ การระบายอากาศแบบเจือจาง จะเป็นไปได้เมื่อปริมาณของสารในอากาศมีปริมาณไม่มากและจะได้ผลเมื่อสารที่ถูกปล่อยออกมามีระยะห่างจากบริเวณที่คนงานหายใจ การระบายอากาศแบบทั่วไปไม่ควรใช้เมื่อมีแหล่งกำเนิดของสารที่เป็นฝุ่นหรือฟูมที่มีพิษมาก ควรใช้การระบายอากาศเฉพาะที่จะมีประสิทธิภาพมากกว่า

การควบคุมทางการบริหารจัดการ (Administrative controls)

เมื่อการได้รับสัมผัสสารไม่สามารถลดระดับลงไปที่ระดับที่ปลอดภัยได้ โดยใช้การควบคุมทางวิศวกรรม เช่น กรณีสารเจือปนในอากาศหรือเสียง ควรใช้การจำกัดการได้รับสารด้วยการควบคุมทางการบริหารจัดการ เช่น

- จัดช่วงเวลาการทำงาน เพื่อลดการได้รับสารที่มีอันตรายต่อสุขภาพ

- เปลี่ยนงานให้กับคนงานที่ได้รับสารจนใกล้ระดับที่ยอมให้มีได้ ไปทำงานอื่นในสิ่งแวดล้อมการทำงานที่ไม่ได้รับสารเหล่านั้นอีกต่อไป

- การควบคุมทางการบริหารจัดการ ต้องทำโดยผู้ที่มีความรู้ทางด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยและใช้อย่างระมัดระวัง วิธีนี้ไม่สามารถควบคุมระดับอันตรายได้ดีเท่าการควบคุมทางวิศวกรรม และได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ว่าจะเป็นการกระจายการได้รับสารไปสู่คนอื่น แทนที่จะเป็นการลดหรือกำจัดสารอันตรายให้หมดไป

- การทำความสะอาดสถานที่ทำงาน (Good housekeeping) มีบทบาทสำคัญในการป้องกันอันตรายจากการทำงาน การจัดเก็บที่ดีจะป้องกันการกระจายของสารอันตรายและทำให้สภาวะการทำงานมีสุขอนามัยที่ดีและปลอดภัย



- โครงการอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในสถานที่ทำงาน โครงการนี้ไม่สามารถสำเร็จได้ ถ้าไม่มีการดูแลรักษาและทำความสะอาดที่ดี คนงานควรได้รับการแนะนำให้ทำ 5ส การฝึกอบรมและการให้ความรู้เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้การใช้มาตรการควบคุมประสบผลสำเร็จ



อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล (Personal protective equipment)

ในกรณีที่ไม่สามารถจะทำให้สิ่งแวดล้อมการทำงานมีความปลอดภัยต่อคนงานอย่างสมบูรณ์ อาจจะต้องคุ้มครองคนงานจากสิ่งแวดล้อมการทำงานโดยการใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล จัดเป็นวิธีควบคุมที่ใช้รองลงมาจากการควบคุมทางวิศวกรรม และการควบคุมทางการบริหารจัดการ

ในสถานที่ซึ่งไม่สามารถปิดคลุมหรือแยกกระบวนการผลิตออก ควรมีการจัดระบบระบายอากาศหรือมาตรการควบคุมวิธีอื่น หรือในที่ซึ่งมีการได้รับสารเจือปนในช่วงสั้น และที่ซึ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการปนเปื้อน การกระเด็นของสาร ควรมีการใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล

อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลมีข้อจำกัดที่สำคัญคือ ไม่สามารถลดหรือกำจัดอันตราย อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลเป็นสิ่งกั้นระหว่างคนงานกับอันตราย ถ้าสิ่งที่กั้นไม่ได้ผล การสัมผัสสารจะเกิดขึ้นทันที



จากที่กล่าวมาข้างต้นเป็นการควบคุมอันตรายที่ควรพิจารณานำมาประยุกต์ใช้ โดยควรเริ่มพิจารณาตั้งแต่การควบคุมทางวิศวกรรมก่อน ตามด้วยการควบคุมทางการบริหารจัดการและสำหรับการใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลนั้นอาจพิจารณาเป็นลำดับสุดท้าย หากเราสามารถควบคุมอันตรายให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้หรือเล็กน้อย คนงานก็จะสามารถทำงานได้อย่างมีความสุข ไม่เกิดอุบัติเหตุ การบาดเจ็บการเจ็บป่วยหรือการเป็นโรคจากการทำงานขึ้น ทำให้สถานประกอบการเองสามารถดำเนินการผลิตได้อย่างต่อเนื่อง ไม่เกิดการหยุดชะงัก เกิดผลกำไรที่ดีอีกด้วยนะคะ สำหรับฉบับนี้ก็ขอฝากไว้เพียงเท่านี้ก่อนนะคะ สวสัดีค่ะ

ที่มา : ดร.พรพิมล กองทิพย์. สุขศาสตร์อุตสาหกรรม. นำอักษรการพิมพ์, พิมพ์ครั้งที่ 2 พ.ศ. 2545

ที่มา : www.npc-se.co.th     24ธ.ค.2558
 
 
 
 
 
 
 
   
 
    ตัวพิมพ์ใหญ่   ตัวพิมพ์เล็ก   ตัวเลข
กรุณานำโค้ดจากด้านบนมากรอกในช่องด้วยค่ะ
 
 
 
20/9 Pakorn Songkhraorat Road, Tambon Map Ta Phut Amphur Muang Rayong, Rayong 21150, Thailand
TEL. : +66 (0) 3897-7700, +66 (0) 3897-7777 FAX. : +66 (0) 3897-7701, +66 (0) 3868-7700 E-mail : sales@npc-se.co.th
If you have any problems please contact : sewebmaster@npc-se.co.th