อบรมความปลอดภัยครบวงจร จป อุปกรณ์ความปลอดภัย ข้อมูลด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม
เกี่ยวกับ NPC S&E ประชาสัมพันธ์/สมัครงาน คลังความรู้ บริการที่ปรึกษาฯ แบบสอบถาม    
 
 
 
 
 
     กฎทองของความปลอดภัย

กฎทองของความปลอดภัย

“กฎทองของความปลอดภัย” เป็นแนวปฏิบัติสู่ความสำเร็จตามเป้าหมายในการลดอุบัติเหตุในการทำงาน มีด้วยกัน 9 ประการ ดังต่อไปนี้


1. หาตัวอย่างที่ดี ความปลอดภัยคือ การปฏิบัติตามกฎหรือมาตรฐานต่าง ๆ แต่บางครั้งเราอาจสับสนจับต้นชนปลายไม่ถูก วิธีที่ดีและง่ายก็คือศึกษาจากตัวอย่าง “ใคร อะไร ที่ไหน เมื่อไร และอย่างไร” ที่เป็นสิ่งถูกต้องตามกฎ เป็นที่ยอมรับกันแล้ว เราก็ทำตามนั้นโดยมาปรับเปลี่ยนบางอย่างให้เหมาะสมกับตัวเรา หรือสถานประกอบการของเรา … การศึกษากฎตามตำราอย่างเดียวอาจไม่สามารถสรุปความคิดสู่การปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถ้ามีตัวอย่างให้ดูเราก็จะเข้าใจได้เร็วขึ้น

2. ประเมินความเสี่ยงที่มีแนวโน้มว่าจะเกิดขึ้นกับการทำงาน การทำงานทุกชนิดย่อมมีอันตรายแฝงอยู่ ซึ่งถ้าเราทำไปตามธรรมชาติ หรือตามใจตัวเองก็ยิ่งเป็นการเพิ่มความเสี่ยงเราต้องศึกษาดูว่าที่เราทำอยู่ในตอนนี้มีความเสี่ยงมากน้อยแค่ไหน ถ้าเห็นว่าน่าหวาดเสียวหรือหมิ่นเหม่ก็ต้องรีบปรับปรุงวิธีการทำงาน… มนุษย์เรามีสามัญสำนึกในการเอาตัวรอดจากอันตรายสังเกตง่าย ๆ มีใครเอาก้นบุหรี่มาจี้ เราจะชักมือหลบทันที ตรงนี้แหละเราสามารถกำหนดมาตรวัดความเสี่ยงได้ ในการทำงาน ถ้าคนงานลุกลี้ลุกลนหรือแสดงอาการแหยง ๆ อะไรบางอย่างต้องรีบลงไปดูบางทีสัญชาตญานอาจบอกถึงแนวโน้มอันตรายที่กำลังจะเกิดขึ้นก็ได้

3. ตื่นตัวกับเงื่อนไขอันตราย ดังที่กล่าวไปแล้ว มนุษย์มีสัญชาตญานเอาตัวรอดจากอันตราย แต่บางครั้งเงื่อนไขการทำงาน อาจทำให้มีการเพิกเฉยหรือละเลย เช่น คนงานทำงานติดต่อกันเป็นเวลานาน หรือทำงานกลางคืนมีอาการอ่อนเพลีย และง่วงนอนทำให้สัญชาตญานเอาตัวรอดขาดหายไป แทนที่จะระวังตัวกลับเดินทื่อเอามือไปรับมีด หรือ บางคนอาจคึกคะนองชอบท้าทายอันตรายเพราะขาดการ ควบคุมที่ดี ทางออกในการแก้ปัญหาก็คือ ปรับเปลี่ยนเงื่อนไขการทำงานหรืออย่างน้อยก็ปรับปรุงสภาพการทำงานโดยตั้งเป้าหมายไว้ที่คนงานทุกคนจะต้องกลับมาตื่นตัวที่จะเอาตัวรอดจากอันตรายอันอาจจะเกิดขึ้น บอกให้พวกเขารู้ว่า อะไรคืออันตราย อะไรความปลอดภัย พร้อมสร้างจิตสำนึกให้ตระหนักถึงความมีค่าของชีวิตตัวเอง “อย่างเสี่ยงโดยเด็ดขาด ไม่ว่าความเสี่ยงนั้นจะทำให้งานเร็วขึ้นหรือดีขึ้น” จำไว้ว่า ประสิทธิภาพของงานที่คาดว่าจะดี แต่ต้องแลกกับชีวิตคน เป็นการลงทุนที่ไม่คุ้มค่าแม้แต่น้อย!

4. หลีกเลี่ยงการกระทำที่ไม่ปลอดภัย ต่อเนื่องจากข้อที่แล้ว เมื่อเรารู้ว่าการกระทำแบบไหนจะก่อให้เกิดอันตรายก็อย่าไปทำแม้จะมีประสิทธิภาพของงานมาเป็นสิ่งแลกเปลี่ยนก็ตามที การทำงานก็เหมือนการบ่มผลไม้ จะต้องให้เวลาตามสมควรแก่งาน อย่าใจร้อน ให้ทำตามลำดับหรือตามรูปแบบที่กำหนด ตลอดเวลาเรามักเน้นว่า การกระทำที่ไม่ปลอดภัยคือสาเหตุของอุบัติเหตุ อยากจะขอย้ำว่าถ้าไม่อยากมีอุบัติเหตุก็อย่าไปทำแบบนั้น เราต้องยอมอึดอัดใจที่เราต้องสวมหมวก ถุงมือหรือต้องรวบผม เราอยากจะทำงานด้วยมือเปล่าเสื้อผ้าเบา ๆ แต่นั่นคือความเสี่ยง ก็ต้องหลีกเลี่ยงมิเช่นนั้นเราจะสบายแค่วันเดียว ที่เหลือต้องทุกข์ทรมานในสภาพของคนมีอวัยวะไม่ครบ 32 !

5. ตรวจสอบความปลอดภัยก่อนการทำงานและทำเป็นระยะ ๆ อย่างสม่ำเสมอ เหมือนการจะออกรบความพร้อมเป็นเรื่องสำคัญ การทำงานมีเป้าหมายอยู่ที่ผลการผลิต แต่อย่าลืมว่า ผู้ที่รอดคือผู้ชนะที่แท้จริง คนตายมิอาจชื่นชมกับชัยชนะได้ ก็เช่นเดียวกัน งานทุกอย่างเราต้องมีสิทธิชื่นชมผลงานขณะที่ยังหายใจอยู่ สิ่งที่เราต้องตรวจสอบก็คือ สภาพของอุปกรณ์ เครื่องจักร ดูว่ามีสภาพปลอดภัยหรือไม่ สภาพของคน ดูว่าตื่นตัวหรือซึมเซา ถ้ามีบางอย่าง ผิดปกติหรือมีแนวโน้มว่าจะเกิดอันตราย ก็ต้องรีบแก้ไข และแม้ว่าจะทำงานผ่านไปแล้ววันนั้นและทุกอย่างปกติดี แต่สรรพสิ่งย่อมเปลี่ยนแปลงและมีความเสื่อม ถึงระยะที่ต้องตรวจสอบความพร้อมอีกครั้งก็ต้องทำอย่างเคร่งครัด อย่าละเว้นเป็นเด็ดขาด ทั้งนี้ก็เพื่อ สวัสดิภาพของเราเอง

6. มั่นใจว่าทุกการกระทำเป็นวิถีความปลอดภัย เมื่อเรารู้ว่าอะไรคือการกระทำที่อันตราย เราก็สามารถสรุปได้ว่า การกระทำที่เป็นตรงกันข้าม คือความปลอดภัย แต่เราต้องมั่นใจให้เต็มร้อยโดยการศึกษาเพิ่มเติมว่าสิ่งที่กล่าวขานเป็นความปลอดภัยมีท่วงท่าและลีลา เป็นอย่างไร ต้องใช้อะไรเป็นส่วนประกอบบ้าง ผู้เขียนยังจำได้ว่าผู้ใหญ่สอนให้ส่งมีดหรือของมีคมอื่น ๆ แก่เพื่อน ต้องส่งด้ามให้เขาก็คิดว่า ปลายมีดจะเสียบพุงเรานะซิ แต่จากการลองทำหลาย ๆ ครั้งจนเป็นนิสัยก็พบว่าเป็นการกระทำที่ปลอดภัยจริง ๆ เพราะระหว่างส่งมีด ตาเราจะจ้องที่ปลายมีดตลอด เรื่องที่จะปล่อยให้จิ้มพุงตัวเองนั้นไม่มีทาง คือจะระวังตลอด แต่ถ้ายื่นปลายมีดให้เพื่อนเราจะถือว่าปลอดภัย (สำหรับตัวเราแล้ว) คนอื่นจะเป็นอย่างไร ก็ช่าง ความระมัดระวังก็มีน้อยหรือแทบไม่มี คิดดูว่า ถ้าเพื่อนถูกมีดเสียบมือ เป็นเรื่องที่น่าเสียใจและ เสียเวลา มีผลกระทบต่อเราไปด้วย

7. ห่วงใยเพื่อนร่วมงาน การทำงานเราจะทำกันเป็นทีม ความปลอดภัยจะไม่ใช่การเอาตัวรอดแต่ฝ่ายเดียว เพื่อน ๆ ต้องรอดด้วย ความปลอดภัยสมัยใหม่ เราจะพูดกันเป็นกลุ่มเหมือนการเล่นกีฬา เป็นทีม การกระทำบางอย่างที่ปลอดภัยกับตัวเราแต่อันตรายกับเพื่อน นั่นคือข้อห้าม เราต้องสร้างจิตสำนึกตรงนี้ให้กับทุกคน ขณะเดียวกันก็ต้องช่วยส่งเสริมกันในด้านของความรู้ บอกเพื่อนว่าอะไรคือความปลอดภัย บางคนมุงานอย่างเดียวมุ่งแต่ผลผลิตก็ต้องให้คำแนะนำเขา บางคนชอบเสี่ยงทำอะไร ตามใจตัวเองก็ต้องช่วยกันปราม ทุกคนรักชีวิตของตัวเอง แต่บางคนก็สักว่า “รัก” แต่แสดงออกเหมือนพวกที่อยากตายวันละสามเวลา ถ้าพวกเขารู้สักนิดว่าที่ทำ ๆ อยู่อาจจะตายในเจ็ดวัน เชื่อเถอะ ต้องเลิกทำอย่างแน่นอน

8. มีวินัยในตัวเอง เมื่อแนะนำคนอื่น ตัวเราเองก็ต้องมีวินัยให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่คนอื่น ทำ ทุกอย่างที่เป็นวิถีความปลอดภัยให้ติดเป็นนิสัย อย่าเอาเงื่อนไขอื่นใดมาอ้างเพื่อละเว้น การกระทำที่ดีนั้น เหมือนทหารที่ต้องตะเบ๊ะทุกครั้งที่สวมหมวกในขณะที่คนอื่นยกมือไหว้ เท่าที่สังเกตไม่มีทหารคนใดเผลอ ยกมือไหว้ตอบ ยกเว้นวันนั้นลืมหมวกไว้ที่บ้าน นี่เป็นตัวอย่างง่าย ๆ แสดงความมีวินัยที่ต่างจาก คนอื่น แม้จะดูขัด ๆ (สำหรับตัวเรา) แต่เขาก็ทำจนชิน วินัยความปลอดภัยก็เช่นกัน การสวมหมวก สวมถุงมือ อาจเป็นความแปลกแยกแต่นั่นคือ แนวทางด้านอาชีพของคุณ คุณต้องทำจนเป็นนิสัยกลายเป็นวินัยที่ต้องปฏิบัติทุกครั้งที่ลงมือทำงาน

9. รายงานอุบัติเหตุทั้งหมด มีอุบัติเหตุทุกครั้งในการทำงาน ต้องรายงานทั้งหมด อย่าหมกเม็ด แม้ว่ามันอาจจะเป็นการประจานความไม่เอาไหนของคุณอย่าลืมว่าสิ่งที่เกิดขึ้น คือบทเรียนที่จะสอนให้คุณเชี่ยวชาญมากขึ้น เพียงแต่ต้องศึกษาความผิดพลาดเหล่านั้น นำไปเป็นแนวทางปฏิบัติที่ปลอดภัยกว่าในอนาคต และรายงานอุบัติเหตุ จะสะท้อนภาพความเป็นจริงของตัวคุณออกมาว่า จะต้องปรับปรุงอะไรบ้าง จำไว้ให้ขึ้นใจอุบัติเหตุแม้จะเล็กน้อยที่เกิดขึ้นกับคุณ จริง ๆ แล้ว ก็คือ ความผิดพลาด ส่วนตัวที่ต้องยอมรับ…

*************************

   
        ที่มา : ชมรมอุตสาหกรรมบางปู : 11/มี.ค./2558
 
 
 
   
   
   
   
   
   
   
   
   
   
   
   
   
   
   
   
   
   
   
   
 
   
 
    ตัวพิมพ์ใหญ่   ตัวพิมพ์เล็ก   ตัวเลข
กรุณานำโค้ดจากด้านบนมากรอกในช่องด้วยค่ะ
 
 
20/9 Pakorn Songkhraorat Road, Tambon Map Ta Phut Amphur Muang Rayong, Rayong 21150, Thailand
TEL. : +66 (0) 3897-7700, +66 (0) 3897-7777 FAX. : +66 (0) 3897-7701, +66 (0) 3868-7700 E-mail : sales@npc-se.co.th
If you have any problems please contact : sewebmaster@npc-se.co.th